วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

PHOBETRON

 

มีคำภาษากรีกคำหนึ่งในพระคัมภีร์ที่ปรากฏแค่ ครั้งเดียว — ในลูกา (Luke) 21:11 และไม่มีที่อื่นอีกเลย คำนั้นคือ Phobetron (φόβητρον) แปลว่า "สิ่งน่าสะพรึงกลัว" หรือในภาษากรีกโบราณหมายถึง "สัตว์ประหลาด" และน่าแปลกที่พระเยซู (Jesus) ทรงเลือกใช้คำนี้ — คำที่หายากที่สุดในพระคัมภีร์ทั้งเล่ม — เพื่อพูดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในยุคสุดท้าย พระองค์ตรัสว่า "เหมือนกับที่เป็นอยู่ในสมัยของโนอาห์ (Noah) ฉันใด การเสด็จมาของบุตรมนุษย์ก็จะเป็นอย่างนั้นฉันนั้น" — แล้วยุคของโนอาห์หน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่? และทำไมสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องแล็บทั่วโลกวันนี้ถึงอาจเป็นคำตอบที่ใครหลายคนไม่อยากได้ยิน

พระเยซูทรงเตือนล่วงหน้า

ก่อนพระองค์จะถูกตรึงกางเขน สาวกถามพระเยซู (Jesus) ว่าหมายสำคัญของการเสด็จมาครั้งที่สองจะเป็นอย่างไร พระองค์ตอบว่า
ด้วยสมัยของโนอาห์ ได้เป็นอย่างไร เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมา ก็จะเป็นอย่างนั้น
มัทธิว 24:37 (TBS1971)

But as the days of Noah were, so also will the coming of the Son of Man be.
Matthew 24:37 (NKJV)
ประโยคนี้ฟังดูเรียบง่าย แต่ซ่อนคำถามที่ลึกมาก

ยุคของโนอาห์ (Noah) หน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่?

ย้อนกลับไปที่สวนเอเดน

เรื่องนี้ไม่ได้เริ่มที่ปฐมกาล 6 แต่เริ่มก่อนหน้านั้นสามบท


หลังจากอาดัม (Adam) และเอวา (Eve) ล้มลง พระเจ้าตรัสกับซาตาน (Satan) ด้วยประโยคที่เปลี่ยนทุกอย่าง
เราจะให้เจ้ากับหญิงนี้เป็นศัตรูกัน ทั้งพงศ์พันธุ์ของเจ้าและพงศ์พันธุ์ของเขาด้วย พงศ์พันธุ์ของหญิงจะทำให้หัวของเจ้าแหลก และเจ้าจะทำให้ส้นเท้าของเขาฟกช้ำ
ปฐมกาล 3:15 (TBS1971)

And I will put enmity Between you and the woman, And between your seed and her Seed;
He shall bruise your head, And you shall bruise His heel."
Genesis 3:15 (NKJV)
นักวิชาการเรียกประโยคนี้ว่า Proto-evangelium — ข่าวประเสริฐบทแรกสุดในพระคัมภีร์ พระเมสสิยาห์จะมาผ่าน พงศ์พันธุ์ของมนุษย์

และซาตานได้ยินทุกคำ

มันรู้แล้วว่าต้องทำอะไร — ทำลายพงศ์พันธุ์นั้นก่อนที่พระองค์จะมา

ปฏิบัติการลงมาจากฟ้า

ปฐมกาล (Genesis) 6 เปิดฉากด้วยบรรทัดที่อ่านแล้วต้องหยุดคิด

บุตรชายของพระเจ้าเห็นว่าบุตรหญิงของมนุษย์งามดี ก็เลือกและรับไว้เป็นภรรยา
ปฐมกาล 6:2 (TBS1971)

that the sons of God saw the daughters of men, that they were beautiful; and they took wives for themselves of all whom they chose.
Genesis 6:2 (NKJV)
"บุตรของพระเจ้า" ในภาษาฮีบรูคือ เบเน ฮา-เอโลฮิม (Bene ha-Elohim) — ในพันธสัญญาเดิม (Old Testament) คำนี้หมายถึงทูตสวรรค์ (angels) เสมอ ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา ยูดา (Jude) ข้อ 6 และ 2 เปโตร (2 Peter) 2:4 ยืนยันเหตุการณ์นี้ไว้ชัดเจนว่ามีทูตสวรรค์กลุ่มหนึ่งที่ "ละทิ้งตำแหน่งของตน" และพระเจ้าทรงลงโทษพวกมันเป็นพิเศษแตกต่างจากทูตสวรรค์ทั่วไป

ทำไมถึงพิเศษ? เพราะสิ่งที่พวกมันทำนั้น ไม่ธรรมดา


หนังสือเอโนค (Book of Enoch) วรรณกรรมยิวโบราณที่พบในม้วนหนังสือทะเลเดดซี (Dead Sea Scrolls) บันทึกว่าทูตสวรรค์ที่เรียกว่า "ผู้เฝ้าดู" (Watchers) จำนวน 200 นาย ลงมารวมกันบนยอดเขาเฮอร์มอน (Mount Hermon) พวกมันทำสัญญาร่วมกันว่าจะลงมาสมสู่กับสตรีมนุษย์ — ด้วยกันทั้งหมด ไม่มีใครถอย เพราะต่างรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะทำนั้นผิดกฎของพระเจ้า เป้าหมายคือ ปนเปื้อนสายเลือดมนุษย์ ให้พระเมสสิยาห์ไม่มีทางเสด็จมาได้ — แม้หนังสือนี้ไม่ใช่พระคัมภีร์ แต่ยูดา (Jude) เองก็อ้างถึงเนื้อหาในนั้น ซึ่งแสดงว่าเหตุการณ์นี้เป็นที่รับรู้กันในหมู่คนยิวยุคนั้น

นี่ไม่ใช่ความผิดพลาด — นี่คือแผนการสมคบคิด

โนอาห์คนสุดท้าย

ผลจากการผสมข้ามสายพันธุ์นี้คือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า เนฟิลิม (Nephilim) — มาจากรากศัพท์ฮีบรู naphal แปลว่า "ตกลงมา" หรือ "ทำให้ล้ม" พวกมันโหดร้าย ยักษ์ใหญ่ และเต็มแผ่นดินด้วยความรุนแรง

แต่ประเด็นที่สำคัญกว่าคือ — สายเลือดมนุษย์กำลังถูก contaminate ทีละน้อย
ต่อไปนี้​เป็น​เรื่องราว​ของ​โนอาห์​และ​ครอบครัว​ของเขา โนอาห์​เป็น​คนดีมาก ไม่มี​ที่ติเลย​ใน​ท่ามกลาง​คน​ใน​ยุคสมัย​ของเขา โนอาห์​ได้​เดิน​ไป​กับ​พระเจ้า
ปฐมกาล 6:9 (THA-ERV)

This is the genealogy of Noah. Noah was a just man, perfect in his generations. Noah walked with God.
Genesis 6:9 (NKJV)
และนั่นคือเหตุผลที่พระเจ้าตรัสในปฐมกาล 6:9 ว่าโนอาห์ "เป็นคนดีมาก ไม่มีที่ติเลย" คำภาษาฮีบรูคือ tamim ทา-มีม (ta-MEEM) — ไม่ได้หมายถึงแค่ "คนดี" แต่หมายถึง ไม่มีมลทิน ไม่มีการปะปน บริสุทธิ์ในสายเลือด

ในขณะที่โลกทั้งใบถูก contaminate โนอาห์คือสายเลือดมนุษย์บริสุทธิ์ที่เหลืออยู่คนสุดท้าย และพระเมสสิยาห์ต้องมาผ่านสายเลือดนั้น
พระเจ้าจึงตรัสแก่โนอาห์ว่า <<เราตัดสินใจแล้วว่า จะให้บรรดามนุษย์ถึงความพินาศเสียที ด้วยเหตุว่าโลกเต็มไปด้วยความทารุณเพราะการกระทำของมนุษย์ ดูเถิด เราจะทำลายพวกเขาพร้อมกับแผ่นดินโลก
ปฐมกาล 6:13 (TBS1971)

And God said to Noah, "The end of all flesh has come before Me, for the earth is filled with violence through them; and behold, I will destroy them with the earth.
Genesis 6:13 (NKJV)
น้ำท่วมโลก (the Flood) จึงไม่ใช่การลงโทษ — แต่เป็น ปฏิบัติการกู้พงศ์พันธุ์ คำว่า "ทำลาย" ในปฐมกาล 6:13 ภาษาฮีบรูคือ shachath ชา-คัท (sha-KHAT) ซึ่งมีความหมายใกล้เคียงกับ "ชำระล้างและฟื้นฟู" มากกว่าการแก้แค้น

Trans ยุคโบราณ vs. Trans ยุคนี้


ปี 1940 ในหนัง Captain America มีโปรเจกต์ลับที่ต้องการสร้างทหารที่เกินกว่ามนุษย์ธรรมดา (Super Solider) เราหัวเราะเพราะคิดว่ามันแค่นิยาย แต่ความปรารถนาที่จะสร้าง "มนุษย์ที่เหนือกว่า" นั้น เก่าแก่กว่า Marvel มาก และวันนี้มันไม่ได้อยู่แค่บนจอภาพยนตร์อีกต่อไป

มีคำสองคำที่คั่นด้วยเวลาหลายพันปี แต่มีรากเดียวกัน

Transgression — การล่วงละเมิดขอบเขตชีววิทยาของมนุษย์ในยุคโนอาห์ Transhumanism — ขบวนการสมัยใหม่ที่ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดชีววิทยามนุษย์ด้วยเทคโนโลยี


วันนี้ในห้องแล็บจริงๆ ทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์กำลังตัดต่อยีน (gene editing) ด้วย CRISPR ฝังชิป (microchip) เข้าในสมองมนุษย์อย่างโปรเจกต์ Neuralink ของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) และผสานมนุษย์กับ AI เพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า "Post-human" — มนุษย์ที่อัพเกรดแล้ว

ฟังดูคุ้นไหม?

ยุคโนอาห์ยุคปัจจุบัน
Watchers ข้ามขอบเขต "ชนิดพันธุ์" (kinds)นักวิทยาศาสตร์ข้ามขอบเขต DNA มนุษย์
สร้างเนฟิลิม — ลูกผสมที่ไม่ใช่มนุษย์ล้วนสร้าง Post-human — มนุษย์ที่ถูกดัดแปลง
TransgressionTranshumanism

ในยุคโนอาห์ไม่มีใครเรียกมันว่าแผนของซาตาน — มันดูน่าตื่นเต้น ยิ่งใหญ่ และก้าวหน้า เช่นเดียวกับที่วันนี้ไม่มีใครในห้องแล็บคิดว่าตัวเองกำลังทำซ้ำประวัติศาสตร์บทที่มืดที่สุดในพระคัมภีร์

คำนำหน้า "Trans" ทั้งสองคำหมายถึงสิ่งเดียวกัน — การข้ามเส้นที่พระเจ้าขีดไว้

แผนการที่ล้มเหลวสิ้นเชิง

แต่นี่คือสิ่งที่พระคัมภีร์บอกเราชัดๆ

ทูตสวรรค์ที่คิดว่าตัวเองฉลาดพอจะขัดขวางแผนการของพระเจ้า วันนี้กำลังรอการพิพากษาอยู่ในทาร์ทารัส (Tartarus) ที่มืดมิด
เพราะว่าถ้าพระเจ้าไม่ได้ทรงยกเว้นพวกทูตสวรรค์ที่ได้ทำบาปนั้น แต่ได้ทรงผลักเขาลงไปสู่ทุคติ และได้ขังเขาไว้ในขุมนรกมืด คุมไว้จนกว่าจะถึงเวลาทรงพิพากษา
2 เปโตร 2:4 (TBS1971)

For if God did not spare the angels who sinned, but cast them down to hell and delivered them into chains of darkness, to be reserved for judgment;
2 Peter 2:4 (NKJV)
และพระเมสสิยาห์? พระองค์เสด็จมาแล้ว — ผ่านสายเลือดที่ซาตานพยายามทำลายมาหลายพันปี ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนที่เนินเขาโกลโกธา (Golgotha) ทรงฟื้นคืนพระชนม์ และทรงชนะทุกอย่างแล้ว

แผนการของซาตานล้มเหลวสิ้นเชิง — และพระคุณ (Grace) ของพระเจ้ายิ่งใหญ่กว่าทุกแผนการที่มืดมนบนโลกนี้เสมอ

พระเยซูบอกว่ายุคสุดท้ายจะเป็น "ดังเช่นยุคโนอาห์" — และเราอาจกำลังอยู่ในยุคนั้นแล้ว

แต่ถ้าเราอ่านเรื่องนี้ให้ครบ เราจะรู้ว่าตอนจบของเรื่องนั้น พระเจ้าชนะเสมอ

อ้างอิง: Walter C. Kaiser Jr., The Messiah in the Old Testament (Zondervan, 1995); Michael S. Heiser, The Unseen Realm (Lexham Press, 2015); 1 Enoch 6:1–8, trans. R.H. Charles (Oxford: Clarendon Press, 1913), discovered among the Dead Sea Scrolls, Qumran Cave 4; Brown-Driver-Briggs Hebrew and English Lexicon (Hendrickson, 1994), entries: naphal, tamim, shachath; Nick Bostrom, "In Defense of Posthuman Dignity," Bioethics 19:3 (2005).

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น