คำพยากรณ์อายุ 2,600 ปี กับพาดหัวข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) นั่งอยู่ในออฟฟิศรูปไข่ (Oval Office) แล้วพูดประโยคหนึ่งที่เกี่ยวกับการเจรจายุติสงครามกับอิหร่าน ที่ทำให้ทั้งโลกได้ยิน
"on massive life support"
พูดง่ายๆ คือ ร่างกายยังหายใจอยู่ เพราะเครื่องช่วยหายใจ ไม่ใช่เพราะมีชีวิต
ก่อนอื่น ต้องรู้จัก "เอลาม" ก่อน
พระคัมภีร์ไม่ได้พูดถึง "อิหร่าน" ตรงๆ แต่พูดถึง เอลาม (Elam) อาณาจักรโบราณที่นักโบราณคดีและข้อมูลดาวเทียมสมัยใหม่ระบุตรงกันว่าคือพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่านในปัจจุบัน ครอบคลุมสองจังหวัดคือ คูเซสถาน (Khuzestan) และบูเชห์ร (Bushehr)
ฟังดูเหมือนเรื่องไกลตัว ใช่ไหมครับ?
แต่ลองดูนี่ครับ
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) นั่งอยู่ในออฟฟิศรูปไข่ (Oval Office) แล้วพูดประโยคหนึ่งที่เกี่ยวกับการเจรจายุติสงครามกับอิหร่าน ที่ทำให้ทั้งโลกได้ยิน
"on massive life support"
พูดง่ายๆ คือ ร่างกายยังหายใจอยู่ เพราะเครื่องช่วยหายใจ ไม่ใช่เพราะมีชีวิต
นั่นคือสิ่งที่เขาบรรยายสถานะของการหยุดยิงกับอิหร่าน (Iran) โอกาสรอด 1% บันทึกความเข้าใจ (MOU) 14 ข้อที่ร่างกันมาหลายเดือนพังทลายในชั่วข้ามคืน
แต่มีคนรู้เรื่องนี้ล่วงหน้าแล้วกว่า 2,600 ปี
แต่มีคนรู้เรื่องนี้ล่วงหน้าแล้วกว่า 2,600 ปี
ก่อนอื่น ต้องรู้จัก "เอลาม" ก่อน
พระคัมภีร์ไม่ได้พูดถึง "อิหร่าน" ตรงๆ แต่พูดถึง เอลาม (Elam) อาณาจักรโบราณที่นักโบราณคดีและข้อมูลดาวเทียมสมัยใหม่ระบุตรงกันว่าคือพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่านในปัจจุบัน ครอบคลุมสองจังหวัดคือ คูเซสถาน (Khuzestan) และบูเชห์ร (Bushehr)
ฟังดูเหมือนเรื่องไกลตัว ใช่ไหมครับ?
แต่ลองดูนี่ครับ
จังหวัดบูเชห์รคือที่ตั้งของ โรงงานนิวเคลียร์เพียงแห่งเดียว ที่ใช้งานได้ของอิหร่าน และจังหวัดคูเซสถานคือ แหล่งน้ำมันที่ผลิตได้มากที่สุด ของประเทศ คิดเป็นกว่า 80% ของกำลังการผลิตน้ำมันทั้งหมด

พูดง่ายๆ คือ เยเรมีย์ (Jeremiah) ชี้นิ้วมาที่จุดเดียวกับที่ทรัมป์กำลังเล็งอยู่ตอนนี้ครับ
"หักคันธนู" ฟังดูโบราณ แต่ความหมายมันชัดมาก
พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ว่า <<ดูเถิด เราจะหักคันธนูของเอลาม ซึ่งเป็นหัวใจแห่งกำลังของเขาทั้งหลายคำว่า "หัก" ในภาษาฮีบรูคือ shabbar (שָׁבַר) แปลว่าทุบให้แตกละเอียด ไม่ใช่แค่งอ ไม่ใช่แค่ร้าว แต่ แตกเป็นชิ้นๆ พจนานุกรม Brown-Driver-Briggs Hebrew Lexicon ให้ความหมายหลักของคำนี้ว่า "to break, break in pieces, shatter" และใช้ในบริบทของการทำลายอาวุธโดยเฉพาะ
— เยเรมีย์ 49:35 (TBS1971)
"Thus says the Lord of hosts: 'Behold, I will break the bow of Elam, The foremost of their might.
— Jeremiah 49:35 (NKJV)
ในศตวรรษที่ 21 "คันธนู (Bow)" ของอิหร่านก็คือโครงการขีปนาวุธพิสัยไกล กองเรือโดรน (Drone) และเครือข่ายกองกำลังตัวแทน (Proxy) ทั่วตะวันออกกลาง ซึ่งนักวิเคราะห์จาก Institute for the Study of War (ISW) ระบุว่าคือแกนหลักของการฉายอำนาจของอิหร่านในภูมิภาค
และปฏิบัติการ Epic Fury (Operation Epic Fury) เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็ได้ทำสิ่งที่เยเรมีย์พูดถึงอย่างตรงไปตรงมาครับ
ระบอบที่กำลังแตกจากข้างใน
เยเรมีย์ไม่ได้หยุดแค่นั้น ท่านยังพูดถึงการพังทลายของผู้นำด้วย
และเราจะตั้งพระที่นั่งของเราในเอลาม และทำลายกษัตริย์ และบรรดาเจ้านายของเขาทั้งหลาย พระเจ้าตรัสดังนี้หลังจากผู้นำสูงสุด (Supreme Leader) เสียชีวิตในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาไม่ใช่ความสงบ แต่คือความโกลาหล ประธานรัฐสภา กาลิบาฟ (Ghalibaf) และกระทรวงการต่างประเทศ (Foreign Ministry) ออกแถลงการณ์ที่ขัดแย้งกันอย่างเปิดเผย
— เยเรมีย์ 49:38 (TBS1971)
I will set My throne in Elam, And will destroy from there the king and the princes,' says the Lord.
— Jeremiah 49:38 (NKJV)
ภาษาฮีบรูใช้คำว่า shat (שָׁת) ซึ่งแปลว่า ความตกตะลึง หรือจิตใจที่แตกสลาย ฟังดูเป็นเทววิทยา แต่ถ้าดูจากพาดหัวข่าวรายสัปดาห์ตอนนี้ครับ มันคือภาพที่เห็นจริงๆ
ทำไมข้อตกลงถึงล้มเหลว และทำไมมันต้องล้มเหลว
ช่องว่างระหว่างสองแผนนั้นไม่ใช่แค่ความไม่เห็นด้วย แต่คือคนละจักรวาล
สหรัฐฯ ต้องการหยุดโครงการนิวเคลียร์ และขนยูเรเนียมเสริมสมรรถนะออกนอกประเทศ
อิหร่าน ต้องการให้สหรัฐฯ ถอนกำลังออกจากตะวันออกกลาง (Middle East) ทั้งหมด และจ่ายค่าชดเชยสงคราม
ผลลัพธ์คือ โอกาสรอด 1% และคำขาด 48 ชั่วโมง
แต่ถ้าดูจากมุมพระคัมภีร์ครับ ความล้มเหลวนี้ไม่ใช่จุดจบ มันคือขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการที่ยาวกว่านั้น
ในภาษาฮีบรูมีคำหนึ่งคือ Gabar (גָּבַר) แปลตรงตัวว่า "เข้มแข็งขึ้น" หรือ "มีพลังมากขึ้น" ดาเนียล 9:27 ใช้คำนี้ในบริบทของการ "ยืนยันพันธสัญญา (Confirm a Covenant)" ซึ่งนักวิชาการพระคัมภีร์อย่าง John Walvoord และ Renald Showers ต่างอธิบายตรงกันว่าหมายถึงข้อตกลงสันติภาพที่จะเกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายของประวัติศาสตร์
ลองนึกภาพแบบนี้ครับ ก่อนที่ดาบจะคมจริงๆ ช่างตีเหล็กต้องตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความร้อน การตี ความร้อน การตี แต่ละครั้งที่ดูเหมือนล้มเหลว จริงๆ แล้วกำลังกลั่นกรองเหล็กให้บริสุทธิ์ขึ้น
กระบวนการ Gabar ก็เป็นแบบนั้นครับ ข้อตกลงล้มเหลวรอบนี้ ถูกปรับแก้ ล้มเหลวอีกรอบ ถูกปรับแก้ใหม่ จนกว่าจะมีข้อตกลงหนึ่งที่ "ผ่าน" ได้จริงๆ และนั่นแหละครับที่น่ากังวลที่สุด เพราะดาเนียล 9:27 บอกว่าข้อตกลงสันติภาพที่จะถูก "ยืนยัน" ในช่วงสุดท้ายนั้น จะไม่ได้นำมาซึ่งสันติภาพจริงๆ
เมื่อเขาพูดว่า <<สงบสุขและปลอดภัยแล้ว>> เมื่อนั้นแหละความพินาศก็จะมาถึงเขาทันที เหมือนกับความเจ็บปวดมาถึงหญิงที่มีครรภ์ เขาจะหนีก็ไม่พ้น1 เธสะโลนิกา 5:3 บอกว่าการประกาศ "สันติภาพและความปลอดภัย (Peace and Safety)" จะมาพร้อมกับสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด สันติภาพที่เกิดหลังจากการอยู่บนขอบเหวของสงครามนั้น น่ากลัวกว่าสงครามเสียอีกครับ
— 1 เธสะโลนิกา 5:3 (TBS1971)
For when they say, "Peace and safety!" then sudden destruction comes upon them, as labor pains upon a pregnant woman. And they shall not escape.
— 1 Thessalonians 5:3 (NKJV)
สิ่งที่เกิดขึ้นใต้ดิน ไม่ปรากฏในพาดหัวข่าว
ส่วนที่น่าทึ่งที่สุดในคำพยากรณ์ของเยเรมีย์ไม่ใช่การทำลาย แต่คือสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้น
นักวิชาการพระคัมภีร์หลายท่าน ตั้งแต่ Matthew Henry ถึง John Gill ต่างอธิบายตรงกันว่า "การนำเชลยกลับ" ในข้อนี้ไม่ได้หมายถึงการปลดปล่อยทางกายภาพ แต่หมายถึงการที่คนในแผ่นดินนั้นจะถูกนำมาถึงพระคริสต์ ซึ่งเริ่มสำเร็จแล้วในวันเพนเทคอสต์ (Pentecost) เมื่อคนเอลามอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่ได้ยินข่าวประเสริฐด้วยภาษาของตนเอง
พระเจ้าตรัสว่า แต่ในกาลต่อไปเราจะให้เอลามกลับสู่สภาพเดิม>>ขณะที่ "คันธนู" กำลังแตกสลายอยู่เหนือดิน ข้อมูลจาก Operation World และ Joshua Project รายงานว่าอิหร่านมีหนึ่งใน ขบวนการคริสตจักรใต้ดิน (Underground Church) ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ด้วยตัวเลขที่ประมาณกันว่าเกิน 1 ล้านคนแล้ว
— เยเรมีย์ 49:39 (TBS1971)
'But it shall come to pass in the latter days: I will bring back the captives of Elam,' says the Lord."
— Jeremiah 49:39 (NKJV)
ยิ่งไปกว่านั้น นักวิจัยด้านการเติบโตของคริสตจักรในตะวันออกกลางอย่าง David Garrison ผู้เขียนหนังสือ A Wind in the House of Islam (2014) บันทึกไว้ว่าอิหร่านคือประเทศที่มีคนหันมาหาพระเยซูคริสต์ มากที่สุดในโลกมุสลิม และปรากฏการณ์ที่พบซ้ำๆ คือ ความฝันถึงบุคคลในเสื้อขาว ที่บอกตัวตนว่าคือพระเยซู
การอ่อนแอลงของระบอบไม่ได้แค่ทำลายครับ มันกำลังเปิดพื้นที่สำหรับบางอย่างที่ลึกกว่านั้น
พระคัมภีร์ไม่เคยพูดผิด
ลองถามตัวเองดูครับว่า อะไรที่ทำให้หนังสือที่เขียนในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ระบุชื่อภูมิภาค ลักษณะการล่มสลาย และกระทั่งการฟื้นฟูทางจิตวิญญาณของประชาชนในดินแดนนั้น ได้แม่นยำขนาดนี้?
ไม่มีนักวิเคราะห์การเมืองคนไหนในโลกครับที่สามารถทำนายล่วงหน้าได้ 2,600 ปี
แต่พระเจ้าทำได้
และนั่นคือสิ่งที่น่าเชื่อถือที่สุดในทุกพาดหัวข่าวที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ครับ ไม่ใช่แค่ว่าคำพยากรณ์กำลังสำเร็จ แต่คือ พระองค์ที่พูดคำพยากรณ์นั้นยังทรงดำรงอยู่ และยังทรงครองประวัติศาสตร์อยู่
กรอบงานของมนุษย์ แม้จะร่างโดยคนที่ฉลาดที่สุดในโลก ก็ยังพังได้ภายใน 48 ชั่วโมง แต่พระวจนะของพระองค์ไม่เคยพังครับ
หญ้านั้นก็เหี่ยวแห้ง ดอกไม้นั้นก็ร่วงโรยไป แต่พระวจนะของพระเจ้าของเราจะยั่งยืนอยู่เป็นนิตย์— อิสยาห์ 40:8 (TBS1971)
The grass withers, the flower fades, But the word of our God stands forever."
— Isaiah 40:8 (NKJV)
อ้างอิง: พระคัมภีร์ฉบับ TBS1971 และ NKJV | Brown, F., Driver, S. R., & Briggs, C. A., The Brown-Driver-Briggs Hebrew and English Lexicon (1906) | Walvoord, J. F., Daniel: The Key to Prophetic Revelation (1971) | Showers, R., The Most High God: A Commentary on the Book of Daniel (1982) | Garrison, D., A Wind in the House of Islam (2014) | Mandryk, J., Operation World: The Definitive Prayer Guide to Every Nation (2010) | Joshua Project, Iran People Groups and Church Growth Data (joshuaproject.net) | Institute for the Study of War (ISW), Iran Military Capabilities Assessment (isw.org)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น