ความเดิมจากตอนที่แล้ว — เรื่องของ "แผ่นดินพระสัญญา" (The Promised Land) เป็นเรื่องที่ผู้เชื่อหลายคนเข้าใจความหมายคลาดเคลื่อนไปจากที่พระเจ้าต้องการสื่อสาร
พระคัมภีร์เดิม (Old Testament) เป็นเงา (Shadow) ของแก่นสาร (Substance) ที่ปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์ใหม่ (New Testament) และภาพเงาเหล่านั้น ถูกซ่อนอยู่ในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น บุคคล, เหตุการณ์ หรือสถานที่
ในตอนนี้ เราจะมาถอดรหัสภาพสัญลักษณ์ของ "แผ่นดินพระสัญญา" ด้วยกันว่า มันเป็นภาพเล็งถึงอะไรในพระคัมภีร์ใหม่
"การพำนัก" คืออะไร?
ฮีบรู (Hebrews) บทที่ 3 ข้อ 7 ต่อเนื่องถึงบทที่ 4 ข้อ 13 พระเจ้าได้พูดถึงเหตุการณ์ 40 ปีในถิ่นทุรกันดาร (Wilderness) และเนื้อหาหลักในบริบทดังกล่าว คือเรื่องที่คนอิสราเอล (Israelites) ไม่ได้เข้าแผ่นดินพระสัญญา
พระเจ้าเรียกการไม่ได้เข้าแผ่นดินพระสัญญาว่า "การไม่ได้เข้าสู่การพำนัก" คำว่า "การพำนัก" มาจากคำภาษากรีก (Greek) ว่า "Katapausis" ซึ่งมีความหมายถึงความสงบของคลื่นลมในทะเล หรือสถานที่แห่งการพักสงบ
เพราะฉะนั้นเราจึงปฏิญาณด้วยความพิโรธของเราว่า <<เขาจะไม่ได้เข้าสู่การพำนักซึ่งเราจัดให้>>การไม่ได้เข้าแผ่นดินพระสัญญา จึงเป็นภาพเล็งถึง "การไม่ได้พักสงบในพระเจ้า" — ไม่ใช่การสูญเสียความรอด (Salvation) อย่างที่ผู้เชื่อหลายคนเข้าใจ
— ฮีบรู 3:11 (TBS1971)
So I swore in My wrath, 'They shall not enter My rest.' "
— Hebrews 3:11 (NKJV)
เหตุการณ์ปัสกา (Passover) เป็นภาพสัญลักษณ์ของความรอด ในขณะที่เหตุการณ์ทุกอย่างหลังจากปัสกา เป็นภาพสัญลักษณ์ของการดำเนินชีวิตหลังได้รับความรอด
อียิปต์ vs คานาอัน
ในตอนนั้น พระเจ้ากำลังปลดปล่อยคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ (Egypt) — ชัดเจนว่า หลังจากได้รับความรอดแล้ว พระเจ้าไม่ปรารถนาให้ผู้เชื่อดำเนินชีวิตอยู่ใน "อียิปต์" แต่ให้ก้าวเข้าสู่แผ่นดินพระสัญญา หรือ "คานาอัน" (Canaan)
ทีนี้ เราจะมาถอดรหัสภาพสัญลักษณ์ทั้งสองสถานที่นี้กัน โดยใช้คำจำกัดความที่พระคัมภีร์ให้ไว้ในบริบทของการดำเนินชีวิตคริสเตียน (Christian life)
อียิปต์ (Egypt) — ชีวิตที่หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน
ในตอนนั้น พระเจ้ากำลังปลดปล่อยคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ (Egypt) — ชัดเจนว่า หลังจากได้รับความรอดแล้ว พระเจ้าไม่ปรารถนาให้ผู้เชื่อดำเนินชีวิตอยู่ใน "อียิปต์" แต่ให้ก้าวเข้าสู่แผ่นดินพระสัญญา หรือ "คานาอัน" (Canaan)
ทีนี้ เราจะมาถอดรหัสภาพสัญลักษณ์ทั้งสองสถานที่นี้กัน โดยใช้คำจำกัดความที่พระคัมภีร์ให้ไว้ในบริบทของการดำเนินชีวิตคริสเตียน (Christian life)
อียิปต์ (Egypt) — ชีวิตที่หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน
เราระลึกถึงปลาที่เราเคยกินในอียิปต์โดยไม่ต้องซื้อ ทั้งแตงกวา แตงโม กระเทียมจีน หอมใหญ่ หัวกระเทียม
— กันดารวิถี 11:5 (TBS1971)
We remember the fish which we ate freely in Egypt, the cucumbers, the melons, the leeks, the onions, and the garlic;
— Numbers 11:5 (NKJV)
กันดารวิถี (Numbers) บทที่ 11 ข้อ 5 คนอิสราเอลพูดถึงอาหารหกชนิดที่พวกเขาเคยกินอยู่ประจำในอียิปต์ ได้แก่ ปลา, แตงกวา, แตงโม, กระเทียมจีน, หอมใหญ่ และหัวกระเทียม
สังเกตให้ดี — พืชผักส่วนใหญ่ที่กล่าวถึง ล้วนเป็น พืชหัวที่ฝังอยู่ใต้ดิน ต้องก้มลงขุด หลังขดหลังแข็ง เป็นภาพของชีวิตที่ต้องออกแรงทำงานอย่างเหนื่อยยาก เพื่อให้ได้มาซึ่งอาหาร
สังเกตให้ดี — พืชผักส่วนใหญ่ที่กล่าวถึง ล้วนเป็น พืชหัวที่ฝังอยู่ใต้ดิน ต้องก้มลงขุด หลังขดหลังแข็ง เป็นภาพของชีวิตที่ต้องออกแรงทำงานอย่างเหนื่อยยาก เพื่อให้ได้มาซึ่งอาหาร
คานาอัน (Canaan) — ชีวิตที่พระเจ้าจัดเตรียมไว้ให้แล้ว
¹⁰ <<เมื่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่านจะพาท่านมาถึงแผ่นดินซึ่งพระองค์ทรงปฏิญาณไว้กับบรรพบุรุษของท่าน คือแก่อับราฮัม อิสอัคและยาโคบว่าจะให้แก่ท่าน มีหัวเมืองใหญ่โตและดีซึ่งท่านไม่ได้สร้าง ¹¹ และเรือนที่มีของดีเต็ม ซึ่งพวกท่านมิได้สะสมไว้ และบ่อขังน้ำที่ท่านมิได้ขุดและสวนองุ่นกับสวนมะกอกเทศ ซึ่งท่านมิได้ปลูกไว้และเมื่อท่านได้รับประทานก็อิ่มหนำ
— เฉลยธรรมบัญญัติ 6:10-11 (TBS1971)
¹⁰ "So it shall be, when the Lord your God brings you into the land of which He swore to your fathers, to Abraham, Isaac, and Jacob, to give you large and beautiful cities which you did not build, ¹¹ houses full of all good things, which you did not fill, hewn-out wells which you did not dig, vineyards and olive trees which you did not plant—when you have eaten and are full—
— Deuteronomy 6:10-11 (NKJV)
⁷ เพราะพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะทรงพาท่านเข้าไปในแผ่นดินที่ดี เป็นแผ่นดินที่มีธารน้ำ น้ำพุ และน้ำบาดาลไหลออกมากลางหุบเขาและเนินเขา ⁸ แผ่นดินที่มีข้าวสาลีและข้าวบารลี เถาองุ่น มะเดื่อ ต้นทับทิม เป็นแผ่นดินที่มีต้นมะกอกเทศและน้ำผึ้ง ⁹ เป็นแผ่นดินที่ท่านจะรับประทานอาหารอย่างอุดม ซึ่งท่านจะไม่ขาดสิ่งใดเลย เป็นแผ่นดินที่ศิลาเป็นเหล็ก และท่านจะขุดทองแดงได้จากภูเขา ¹⁰ ท่านจะได้รับประทานอิ่มหนำ และท่านจะสรรเสริญพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่าน ในเรื่องแผ่นดินอันดีซึ่งพระองค์ประทานแก่ท่านนั้น
— เฉลยธรรมบัญญัติ 8:7-10 (TBS1971)
⁷ For the Lord your God is bringing you into a good land, a land of brooks of water, of fountains and springs, that flow out of valleys and hills; ⁸ a land of wheat and barley, of vines and fig trees and pomegranates, a land of olive oil and honey; ⁹ a land in which you will eat bread without scarcity, in which you will lack nothing; a land whose stones are iron and out of whose hills you can dig copper. ¹⁰ When you have eaten and are full, then you shall bless the Lord your God for the good land which He has given you.
— Deuteronomy 8:7-10 (NKJV)
เราได้ยกแผ่นดินซึ่งเจ้าไม่ได้เหนื่อยกายบนนั้น และยกเมืองซึ่งเจ้าทั้งหลายไม่ต้องสร้างให้แก่เจ้า และเจ้าทั้งหลายได้เข้าอยู่ เจ้าได้กินผลของสวนองุ่นและสวนมะกอกเทศ ซึ่งเจ้าไม่ต้องปลูก
— โยชูวา 24:13 (TBS1971)
I have given you a land for which you did not labor, and cities which you did not build, and you dwell in them; you eat of the vineyards and olive groves which you did not plant.'
— Joshua 24:13 (NKJV)
จุดร่วมของสามข้อนี้มีอยู่อย่างเดียว — ความอุดมสมบูรณ์ที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว โดยไม่ต้องออกแรงลงทุนเอง
เมืองใหญ่โตที่ท่านไม่ได้สร้าง, ของดีที่ท่านไม่ได้สะสม, บ่อน้ำที่ท่านไม่ได้ขุด, สวนมะกอกเทศที่ท่านไม่ได้ปลูก — และผลไม้ของคานาอัน ไม่ว่าจะเป็น องุ่น (Grape), มะเดื่อ (Fig), ทับทิม (Pomegranate) และมะกอกเทศ (Olive) ล้วนเป็นผลไม้ที่เก็บได้ง่าย ไม่ต้องก้มหลังขุดดินอย่างพืชผักในอียิปต์
ภาพของคานาอัน ทำให้ผมนึกถึงสวนเอเดน (Garden of Eden) ทันที พระเจ้าสร้างอาดัม (Adam) ในวันที่หก หลังจากที่ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพแล้ว งานของอาดัมก่อนที่เขาจะล้มลงในบาป คือการดูแลและจัดการสิ่งที่พระเจ้าสร้างเสร็จแล้ว — ไม่ใช่การสร้างขึ้นมาเองจากศูนย์
เมืองใหญ่โตที่ท่านไม่ได้สร้าง, ของดีที่ท่านไม่ได้สะสม, บ่อน้ำที่ท่านไม่ได้ขุด, สวนมะกอกเทศที่ท่านไม่ได้ปลูก — และผลไม้ของคานาอัน ไม่ว่าจะเป็น องุ่น (Grape), มะเดื่อ (Fig), ทับทิม (Pomegranate) และมะกอกเทศ (Olive) ล้วนเป็นผลไม้ที่เก็บได้ง่าย ไม่ต้องก้มหลังขุดดินอย่างพืชผักในอียิปต์
ภาพของคานาอัน ทำให้ผมนึกถึงสวนเอเดน (Garden of Eden) ทันที พระเจ้าสร้างอาดัม (Adam) ในวันที่หก หลังจากที่ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพแล้ว งานของอาดัมก่อนที่เขาจะล้มลงในบาป คือการดูแลและจัดการสิ่งที่พระเจ้าสร้างเสร็จแล้ว — ไม่ใช่การสร้างขึ้นมาเองจากศูนย์
สาเหตุที่พลาด
ภาพของอียิปต์ จึงเล็งถึงผู้เชื่อที่ดำเนินชีวิตคริสเตียนอย่างกระเสือกกระสน ยากลำบาก แทนที่จะได้ดื่มด่ำในพระพรที่พระเจ้าจัดเตรียมไว้ และสาเหตุของมัน ไม่ใช่เรื่องของความพยายาม แต่เป็นเรื่องของ ความเชื่อ — เชื่อหรือไม่ว่าพระเจ้ารักเรา และพระองค์ดีต่อเรา
นั่นจึงอธิบายได้ว่า ทำไมทุกครั้งที่คนอิสราเอลเผชิญกับอุปสรรค พวกเขาถึงบ่นว่าโมเสส (Moses) ประโยคยอดนิยมก็คือ — "ท่านพาพวกเราออกมาเพื่อให้ตายในถิ่นทุรกันดารทำไม?"
ทั้งที่ความจริงคือ พระเจ้าทรงรักพวกเขาอย่างยิ่ง
ฉะนั้นเราจึงรู้ว่า เขาไม่สามารถเข้าไปสู่การพำนักนั้นได้ก็เพราะเขาไม่ได้เชื่อพระธรรมฮีบรูระบุสาเหตุไว้ชัดเจน — คนอิสราเอลพลาดคานาอัน เพราะ ความไม่เชื่อ พวกเขาไม่เชื่อในความดีของพระเจ้า
— ฮีบรู 3:19 (TBS1971)
So we see that they could not enter in because of unbelief.
— Hebrews 3:19 (NKJV)
ภาพของอียิปต์ จึงเล็งถึงผู้เชื่อที่ดำเนินชีวิตคริสเตียนอย่างกระเสือกกระสน ยากลำบาก แทนที่จะได้ดื่มด่ำในพระพรที่พระเจ้าจัดเตรียมไว้ และสาเหตุของมัน ไม่ใช่เรื่องของความพยายาม แต่เป็นเรื่องของ ความเชื่อ — เชื่อหรือไม่ว่าพระเจ้ารักเรา และพระองค์ดีต่อเรา
นั่นจึงอธิบายได้ว่า ทำไมทุกครั้งที่คนอิสราเอลเผชิญกับอุปสรรค พวกเขาถึงบ่นว่าโมเสส (Moses) ประโยคยอดนิยมก็คือ — "ท่านพาพวกเราออกมาเพื่อให้ตายในถิ่นทุรกันดารทำไม?"
ทั้งที่ความจริงคือ พระเจ้าทรงรักพวกเขาอย่างยิ่ง
- ศัตรูไล่ล่า → พระเจ้าเปิดทะเลแดง (Red Sea)
- น้ำขม → พระเจ้าเปลี่ยนให้เป็นน้ำหวาน
- ไม่มีน้ำดื่ม → พระเจ้าให้น้ำไหลออกจากหิน
- บาลาอัม (Balaam) จะสาปแช่ง → พระเจ้าเปลี่ยนคำสาปให้กลายเป็นคำอวยพร
- น้ำขม → พระเจ้าเปลี่ยนให้เป็นน้ำหวาน
- ไม่มีน้ำดื่ม → พระเจ้าให้น้ำไหลออกจากหิน
- บาลาอัม (Balaam) จะสาปแช่ง → พระเจ้าเปลี่ยนคำสาปให้กลายเป็นคำอวยพร
⁷ ที่พระเจ้าทรงรักและทรงเลือกท่านทั้งหลายนั้น มิใช่เพราะท่านทั้งหลายมีจำนวนมากกว่าประชาชนชาติอื่น ด้วยว่าในบรรดาชนชาติทั้งหลาย ท่านเป็นจำนวนน้อยที่สุด ⁸ แต่เพราะพระเจ้าทรงรักท่านทั้งหลาย และพระองค์ทรงรักษาคำปฏิญาณซึ่งพระองค์ทรงปฏิญาณไว้กับบรรพบุรุษของท่านทั้งหลาย พระเจ้าจึงทรงพาท่านทั้งหลายออกมาด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ และทรงไถ่ท่านทั้งหลายให้พ้นจากแดนทาส จากหัตถ์ฟาโรห์กษัตริย์อียิปต์
— เฉลยธรรมบัญญัติ 7:7-8 (TBS1971)
⁷ The Lord did not set His love on you nor choose you because you were more in number than any other people, for you were the least of all peoples; ⁸ but because the Lord loves you, and because He would keep the oath which He swore to your fathers, the Lord has brought you out with a mighty hand, and redeemed you from the house of bondage, from the hand of Pharaoh king of Egypt.
— Deuteronomy 7:7-8 (NKJV)อย่างไรก็ดีพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านมิได้ฟังบาลาอัม แต่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงเปลี่ยนคำสาปแช่งให้เป็นคำอวยพรท่าน เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงรักท่าน
— เฉลยธรรมบัญญัติ 23:5 (TBS1971)
Nevertheless the Lord your God would not listen to Balaam, but the Lord your God turned the curse into a blessing for you, because the Lord your God loves you.
— Deuteronomy 23:5 (NKJV)
กุญแจดอกเดียวที่เปิดทุกประตู
พี่น้องที่รัก ภาพสัญลักษณ์ของอียิปต์และคานาอัน เล็งถึงการดำเนินชีวิตของผู้เชื่อในวันนี้ พระเจ้าในฐานะ "อับบา" (Abba) พ่อของเรา ปรารถนาอยากเห็นเรามีชีวิตที่ดี คนบาปธรรมดายังรู้จักที่จะให้ของดีแก่ลูกของตน — ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด พระเจ้าผู้บริสุทธิ์จะไม่ปรารถนาให้ของดีแก่ลูกๆ ของพระองค์หรือ? (มธ 7:11)
พระองค์ทรงสัญญาไว้แล้ว — เราจะได้ครอบครองหัวเมืองที่เราไม่ได้สร้าง, อยู่ในเรือนที่เต็มด้วยของดีที่เราไม่ได้สะสม, ดื่มน้ำจากบ่อที่เราไม่ได้ขุด, กินผลจากสวนที่เราไม่ได้ปลูก และกินอย่างอิ่มหนำสำราญ
กุญแจที่จะเปิดพระพรและพระสัญญาเหล่านั้น มีเพียงดอกเดียว
ความเชื่อและความไว้วางใจในความรักและความดีของพระเจ้า
ถ้าวันนี้เราเชื่อว่าพระเจ้ารักเราและพระองค์ดีต่อเรา เราจะเริ่มเห็นพระสัญญาของพระองค์เป็นจริงในชีวิต เพราะพระเจ้าไม่เคยตรัสมุสา
สิ่งดีๆ เกิดขึ้นแน่นอน — กับคนที่เชื่อว่าพระเจ้ารักพวกเขา
สิ่งดีๆ เกิดขึ้นแน่นอน — กับคนที่เชื่อว่าพระเจ้ารักพวกเขา




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น