ถ้าพี่น้อง เพื่อนๆ ยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 แผ่นดินพระสัญญาคืออะไร? ผมอยากให้พี่น้อง เพื่อนๆ ลองกลับไปอ่านดูนะครับ เพื่อจะได้เข้าใจเนื้อหาต่อเนื่องในตอนที่ 2 นี้
ฮีบรูบทที่ 3 ตั้งแต่ข้อ 7 ต่อเนื่องถึงบทที่ 4 ข้อ 13 พระเจ้าได้พูดถึง เหตุการณ์ 40 ปีในถิ่นทุรกันดาร จริงๆ แล้ว เนื้อหาหลักที่พระเจ้าพูดถึงในบริบทดังกล่าว คือการไม่ได้เข้าแผ่นดินพระสัญญาของคนอิสราเอล พระเจ้าเรียกการไม่ได้เข้าแผ่นดินพระสัญญาว่า "การไม่ได้เข้าสู่การพำนัก" คำว่า "การพำนัก" มาจากคำภาษากรีกว่า "Katapausis" ซึ่งมีความหมายถึง ความสงบของคลื่นลมในทะเล หรือสถานที่พักผ่อน
ฮบ 3:11 ตามที่เราปฏิญาณด้วยความพิโรธว่า "เขาจะไม่ได้เข้าสู่การพำนักซึ่งเราจัดให้"
Heb 3:11 So I swore in My wrath, 'They shall not enter My rest.' (NKJ)
การไม่ได้เข้าแผ่นดินพระสัญญา เป็นภาพเล็งถึง การไม่ได้พักสงบในพระเจ้า ไม่ใช่หมายถึงความรอด เหมือนที่ผู้เชื่อหลายๆ คนเข้าใจ
เหตุการณ์ปัสกา เป็นภาพสัญลักษณ์ของความรอด ในขณะที่เหตุการณ์หลังจากปัสกา เป็นภาพสัญลักษณ์ ของการดำเนินชีวิตหลังได้รับความรอด
เหตุการณ์ในตอนนั้น พระเจ้ากำลังมาปลดปล่อยคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ ชัดเจนว่า หลังจากรับเชื่อแล้ว พระเจ้าไม่ปรารถนาให้ผู้เชื่อดำเนินชีวิตอยู่ในอียิปต์ (Egypt) แต่ให้ไปอยู่ในแผ่นดินพระสัญญา หรือ คานาอัน (Canaan)
ทีนี้ เราจะมาถอดรหัสภาพสัญลักษณ์กันต่อว่า อะไรคือการดำเนินชีวิตในอียิปต์ (Egypt) และอะไรคือการดำเนินชีวิตในคานาอัน (Canaan)?
โดยเราจะแปลความหมาย 2 ภาพสัญลักษณ์ที่เป็นสถานที่นี้ ผ่านคำจำกัดความ ที่พระคัมภีร์ได้ให้ไว้ ในบริบทของการดำเนินชีวิต เพราะความหมายของการเดินในถิ่นทุรกันดาร คือการดำเนินชีวิตหลังได้รับความรอด
อียิปต์ (Egypt)
กดว 11:5 เราระลึกถึงปลาที่เราเคยกินในอียิปต์โดยไม่ต้องซื้อ ทั้งแตงกวา แตงโม กระเทียมจีน หอมใหญ่ หัวกระเทียม
กันดารวิถีบทที่ 11 ข้อ 5 คนอิสราเอลได้พูดถึงหกประเภทอาหารที่พวกเขาทานเป็นประจำ เมื่ออยู่ในอียิปต์: ปลา, แตงกวา, แตงโม, กระเทียมจีน, หอมใหญ่ และหัวกระเทียม พืชผักผลไม้ ที่พวกเขาทานประจำ เป็นพืชผักประเภทหัว และฝังอยู่ในดิน ซึ่งพวกเขาต้องไปขุด - เป็นภาพเล็งถึงชีวิตที่เหนื่อยยากลำบาก หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน
คานาอัน (Canaan)
ฉธบ 6:10-11 10 "เมื่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่านจะพาท่านมาถึงแผ่นดินซึ่งพระองค์ทรงปฏิญาณไว้กับบรรพบุรุษของท่าน คือแก่อับราฮัม อิสอัค และยาโคบ ว่าจะให้แก่ท่าน มีหัวเมืองใหญ่โตและดีซึ่งท่านไม่ได้สร้าง 11 และเรือนที่มีของดีเต็ม ซึ่งพวกท่านมิได้สะสมไว้ และบ่อขังน้ำที่ท่านมิได้ขุดและสวนองุ่นกับสวนมะกอกเทศ ซึ่งท่านมิได้ปลูกไว้และเมื่อท่านได้รับประทานก็อิ่มหนำ
ฉธบ 8:7-10 7 เพราะพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะทรงพาท่านเข้าไปในแผ่นดินที่ดี เป็นแผ่นดินที่มีธารน้ำ น้ำพุ และน้ำบาดาลไหลออกมากลางหุบเขาและเนินเขา 8 แผ่นดินที่มีข้าวสาลีและข้าวบารลี เถาองุ่น มะเดื่อ ต้นทับทิม เป็นแผ่นดินที่มีต้นมะกอกเทศและน้ำผึ้ง 9 เป็นแผ่นดินที่ท่านจะรับประทานอาหารอย่างอุดม ซึ่งท่านจะไม่ขาดสิ่งใดเลย เป็นแผ่นดินที่ศิลาเป็นเหล็ก และท่านจะขุดทองแดงได้จากภูเขา 10 ท่านจะได้รับประทานอิ่มหนำ และท่านจะสรรเสริญพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่าน ในเรื่องแผ่นดินอันดีซึ่งพระองค์ประทานแก่ท่านนั้น
ยชว 24:13 เราได้ยกแผ่นดินซึ่งเจ้าไม่ได้เหนื่อยกายบนนั้น และยกเมืองซึ่งเจ้าทั้งหลายไม่ต้องสร้างให้แก่เจ้าและเจ้าทั้งหลายได้เข้าอยู่ เจ้าได้กินผลของสวนองุ่นและสวนมะกอกเทศ ซึ่งเจ้าไม่ต้องปลูก'
จากพระคัมภีร์ สามข้อข้างบน เราจะเห็นจุดร่วม ที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งก็คือ ภาพของความอุดมสมบูรณ์ ที่ได้มาจากการจัดสรร จัดเตรียมให้เสร็จ ไม่ต้องเหนื่อยยาก - เมืองใหญ่โต ที่ท่านไม่ได้สร้าง, อุดมด้วยของดี ที่ท่านมิได้สะสม, บ่อน้ำที่ท่านมิได้ขุด, สวนมะกอกเทศ ท่านมิได้ปลูก, ลักษณะผลไม้ของคานาอัน (องุ่น, มะเดื่อ, ทับทิม และมะกอกเทศ) เป็นผลไม้ที่เก็บได้ง่ายๆ ไม่ต้องหลังขดหลังแข็ง เหมือนพืชผักผลไม้ในอียิปต์
ภาพของคานาอัน ทำให้ผมนึกถึงภาพของสวนเอเดน พระเจ้าสร้างอาดัมวันที่หก หลังจากที่พระเจ้าได้สร้างสิ่งสารพัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว งานของอาดัมก่อนล้มลงในบาป เรียกได้ว่า เป็นงานที่สะดวกสบาย ไม่ต้องเหนื่อยยาก เพราะเป็นงานที่พระเจ้า ได้จัดเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อย สมบูรณ์แบบหมดแล้ว
ฮบ 3:19 ฉะนั้นเราจึงรู้ว่า เขาไม่สามารถเข้าไปสู่การพำนักนั้นได้ก็เพราะเขาไม่ได้เชื่อ
พระธรรมฮีบรู ได้กล่าวต่อไปในข้อ 19 ของบทที่ 3 ว่า เหตุผลที่คนอิสราเอล ไม่ได้เข้าคานาอัน เพราะพวกเขาไม่เชื่อ พวกเขาไม่เชื่อในความดีของพระเจ้า ภาพสัญลักษณ์ของอียิปต์ เล็งถึงผู้เชื่อที่ดำเนินชีวิตคริสเตียนอย่างกระเสือกกระสน ยากลำบาก แทนที่จะได้ดื่มด่ำในพระพรที่พระเจ้าได้จัดเตรียมไว้ให้กับพวกเขา เหตุผลที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะ "ความไม่เชื่อ" ไม่เชื่อในความรัก และความดีของพระเจ้าที่มีต่อพวกเขา
นี่จึงเป็นเหตุผลที่่ว่า ทำไมทุกครั้งที่พวกเขาเผชิญอุปสรรคปัญหา เจอความยากลำบาก พวกเขาถึงได้บ่นต่อว่าพระเจ้าผ่านทางโมเสส ประโยคบ่นยอดนิยมของพวกเขาก็คือ "ท่านนำพวกเขามาตายในถิ่นทุรกันดารทำไม"
แท้ที่จริงแล้ว พระเจ้าทรงรักพวกเขามาก ศัตรูไล่ล่าพวกเขา พระเจ้าทรงเปิดทะเลแดง ให้พวกเขาได้เดินข้าม เมื่อพวกเขาเจอน้ำขม พระเจ้าทรงเปลี่ยนน้ำขม ให้หวานเพื่อพวกเขา พวกเขาไม่มีน้ำดื่ม พระเจ้าทรงให้น้ำไหลออกมาจากหิน ตอนที่บาลาอัมจะสาปแช่งพวกเขา พระเจ้าทรงเปลี่ยนคำสาปแช่งให้กลายเป็นคำอวยพร
แท้ที่จริงแล้ว พระเจ้าทรงรักพวกเขามาก ศัตรูไล่ล่าพวกเขา พระเจ้าทรงเปิดทะเลแดง ให้พวกเขาได้เดินข้าม เมื่อพวกเขาเจอน้ำขม พระเจ้าทรงเปลี่ยนน้ำขม ให้หวานเพื่อพวกเขา พวกเขาไม่มีน้ำดื่ม พระเจ้าทรงให้น้ำไหลออกมาจากหิน ตอนที่บาลาอัมจะสาปแช่งพวกเขา พระเจ้าทรงเปลี่ยนคำสาปแช่งให้กลายเป็นคำอวยพร
พระเจ้าพูดเอาไว้ในเฉลยธรรมบัญญัติว่า เหตุผลเดียวที่พระเจ้าทำสิ่งสารพัดให้กับพวกเขา ก็คือ พระเจ้าทรงรักพวกเขา
ฉธบ 7:7-8 7 ที่พระเจ้าทรงรักและทรงเลือกท่านทั้งหลายนั้น มิใช่เพราะท่านทั้งหลายมีจำนวนมากกว่าประชาชนชาติอื่น ด้วยว่าในบรรดาชนชาติทั้งหลาย ท่านเป็นจำนวนน้อยที่สุด 8 แต่เพราะพระเจ้าทรงรักท่านทั้งหลาย และพระองค์ทรงรักษาคำปฏิญาณซึ่งพระองค์ทรงปฏิญาณไว้กับบรรพบุรุษของท่านทั้งหลาย พระเจ้าจึงทรงพาท่านทั้งหลายออกมาด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ และทรงไถ่ท่านทั้งหลายให้พ้นจากแดนทาส จากหัตถ์ฟาโรห์กษัตริย์อียิปต์
ฉธบ 23:5 อย่างไรก็ดีพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านมิได้ฟังบาลาอัม แต่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงเปลี่ยนคำสาปแช่งให้เป็นคำอวยพรท่าน เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงรักท่าน
พี่น้องที่รัก ภาพสัญลักษณ์ของอียิปต์ และคานาอัน เป็นภาพเล็งถึงการดำเนินชีวิตคริสเตียน พระเจ้าในฐานะพ่อของเรา "อับบา" พระองค์ปรารถนาอยากเห็นเรามีความสุข ความสุขของพระองค์ คือ เห็นเรามีความสุข มนุษย์ผู้ซึ่งเป็นคนบาป ยังรู้จักที่จะให้ของดีแก่บุตรของตน ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด พระเจ้าที่บริสุทธิ์ปราศจากบาป จะไม่ปรารถนา ให้ของดีแก่ลูกๆ ของพระองค์หรือ? (มธ 7:11)
พระองค์ได้ทรงสัญญากับเราแล้วว่า เราจะได้ครอบครองหัวเมืองใหญ่โตและดี ที่เราไม่ได้สร้าง เราจะได้เรือนที่มีของดีเต็ม ซึ่งเรามิได้สะสม เราจะได้ดื่มน้ำจากบ่อ ที่เรามิได้ขุด เราจะได้ทานผลองุ่นและมะกอกเทศ ที่เรามิได้ปลูก พระเจ้ายังบอกต่ออีกว่า ไม่เพียงแต่เราจะได้ทาน เราจะได้ทานอย่างอิ่มหนำสำราญ
กุญแจที่จะเปิดเอาพระพร พระสัญญาเหล่านั้นออกมา มีเพียงแค่ดอกเดียว คือ ความเชื่อและความไว้วางใจในความรัก และความดีของพระเจ้าที่มีต่อเรา ถ้าวันนี้ เราเชื่อ เชื่อในความดีของพระเจ้า เชื่อว่าพระเจ้ารักเรา เราจะเริ่มเห็นพระสัญญาของพระเจ้าเป็นจริงในชีวิตของเรา เพราะพระเจ้าไม่เคยตรัสมุสาเลย สิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนกับคนที่เชื่อว่าพระเจ้ารักเขาและเธอ
(โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนหน้า เราจะมาเจาะลึก ความหมายของ "คานาอัน" โดยเราจะเริ่มสำรวจกันตั้งแต่ปฐมกาล Stay Tune)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น