ถ้าโมเสสเป็นภาพของธรรมบัญญัติ และโยชูวาเป็นภาพของพระเยซู แล้วคาเลบเป็นภาพของอะไร? นั่นคือสิ่งที่เราจะไขกันในตอนนี้ครับ และคำตอบทั้งหมดซ่อนอยู่ในชื่อ — คาเลบ บุตรชายของเยฟุนเนห์ชาวเคนัส (กดว 32:12)
ในสองตอนที่ผ่านมา เราได้เห็นแล้วว่าโมเสสพาคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ได้ แต่ไม่สามารถพาพวกเขาเข้าสู่แผ่นดินพระสัญญาได้ และมีเพียงโยชูวาเท่านั้นที่พาพวกเขาเข้าไปได้
แต่ยังมีอีกคนหนึ่งที่เราไม่สามารถข้ามผ่านไปได้
คาเลบ บุตรชายของเยฟุนเนห์ชาวเคนัส (กดว 32:12)
ชื่อของเขาทุกส่วน ทุกคำ ล้วนอุดมไปด้วยความหมายฝ่ายวิญญาณ
ความหมายของชื่อ "คาเลบ"
ชื่อ คาเลบ มาจากภาษาฮีบรูว่า כלב ซึ่งเกิดจากการรวมกันของอักษร 2 ส่วน (ภาษาฮีบรูเหมือนกับภาษาจีน คือ อ่านจากขวาไปซ้าย)
כל Kaf + Lamed — "ทั้งหมด"
לב Lamed + Vet (Beth) — "หัวใจ"
เมื่อรวมกันแล้ว "คาเลบ" จึงมีความหมายว่า "ด้วยสุดใจ" หรือ "หมดทั้งหัวใจ" (Wholehearted)
ไม่ใช่แค่ชื่อธรรมดาๆ ครับ แต่เป็นคำอธิบายตัวตนของเขาเลยทีเดียว และพระเจ้าเองก็ทรงยืนยันสิ่งนี้
ยชว 14:6-8 6ขณะนั้นคนยูดาห์มาหาโยชูวา ณ เมืองกิลกาล และคาเลบบุตรเยฟุนเนห์ชาวตระกูลเคนัส ได้กล่าวแก่ท่านว่า “ท่านทราบเรื่อง ซึ่งพระเจ้าตรัสกับโมเสสผู้รับใช้ของพระเจ้าที่คาเดชบารเนีย เกี่ยวกับท่านและข้าพเจ้าแล้ว 7เมื่อโมเสสผู้รับใช้ของพระเจ้าใช้ให้ข้าพเจ้าไปจากคาเดชบารเนีย เพื่อสอดแนมดูแผ่นดิน ข้าพเจ้ามีอายุสี่สิบปี ข้าพเจ้าได้นำข่าวมาแจ้งแก่ท่านตามความคิดเห็นของข้าพเจ้า 8แต่ส่วนพี่น้องซึ่งขึ้นไปพร้อมกับข้าพเจ้าได้กระทำให้จิตใจของประชาชนกลัว แต่ข้าพเจ้าได้ติดตามพระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพเจ้าอย่างสุดใจ (TBS1971)
Josh 14:6-8 6 Now the men of Judah approached Joshua at Gilgal, and Caleb son of Jephunneh the Kenizzite said to him, "You know what the Lord said to Moses the man of God at Kadesh Barnea about you and me. 7 I was forty years old when Moses the servant of the Lord sent me from Kadesh Barnea to explore the land. And I brought him back a report according to my convictions, 8 but my brothers who went up with me made the hearts of the people melt with fear. I, however, followed the Lord my God wholeheartedly. (NIV)
לב Lamed + Vet (Beth) — "หัวใจ"
เมื่อรวมกันแล้ว "คาเลบ" จึงมีความหมายว่า "ด้วยสุดใจ" หรือ "หมดทั้งหัวใจ" (Wholehearted)
ไม่ใช่แค่ชื่อธรรมดาๆ ครับ แต่เป็นคำอธิบายตัวตนของเขาเลยทีเดียว และพระเจ้าเองก็ทรงยืนยันสิ่งนี้
ยชว 14:6-8 6ขณะนั้นคนยูดาห์มาหาโยชูวา ณ เมืองกิลกาล และคาเลบบุตรเยฟุนเนห์ชาวตระกูลเคนัส ได้กล่าวแก่ท่านว่า “ท่านทราบเรื่อง ซึ่งพระเจ้าตรัสกับโมเสสผู้รับใช้ของพระเจ้าที่คาเดชบารเนีย เกี่ยวกับท่านและข้าพเจ้าแล้ว 7เมื่อโมเสสผู้รับใช้ของพระเจ้าใช้ให้ข้าพเจ้าไปจากคาเดชบารเนีย เพื่อสอดแนมดูแผ่นดิน ข้าพเจ้ามีอายุสี่สิบปี ข้าพเจ้าได้นำข่าวมาแจ้งแก่ท่านตามความคิดเห็นของข้าพเจ้า 8แต่ส่วนพี่น้องซึ่งขึ้นไปพร้อมกับข้าพเจ้าได้กระทำให้จิตใจของประชาชนกลัว แต่ข้าพเจ้าได้ติดตามพระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพเจ้าอย่างสุดใจ (TBS1971)
Josh 14:6-8 6 Now the men of Judah approached Joshua at Gilgal, and Caleb son of Jephunneh the Kenizzite said to him, "You know what the Lord said to Moses the man of God at Kadesh Barnea about you and me. 7 I was forty years old when Moses the servant of the Lord sent me from Kadesh Barnea to explore the land. And I brought him back a report according to my convictions, 8 but my brothers who went up with me made the hearts of the people melt with fear. I, however, followed the Lord my God wholeheartedly. (NIV)
คาเลบในฐานะภาพสัญลักษณ์
ในบรรดาคนรุ่นแรกที่อายุเกิน 20 ปี มีเพียง โยชูวาและคาเลบ เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าสู่แผ่นดินพระสัญญา คนอื่นๆ ทั้งหมดล้มตายในถิ่นทุรกันดาร
กดว 14:29-30 29ซากศพของเจ้าจะตกหล่นอยู่ในถิ่นทุรกันดารนี้ จำนวนคนทั้งหมดของเจ้านับตั้งแต่อายุยี่สิบปีขึ้นไป ผู้ใดที่บ่นว่าเรา 30จะไม่มีสักคนหนึ่งที่มาถึงแผ่นดินที่เราสัญญาว่าจะให้เจ้าอาศัยอยู่ เว้นแต่คาเลบบุตรเยฟุนเนห์และโยชูวาบุตรนูน (TBS1971)
กดว 14:29-30 29ซากศพของเจ้าจะตกหล่นอยู่ในถิ่นทุรกันดารนี้ จำนวนคนทั้งหมดของเจ้านับตั้งแต่อายุยี่สิบปีขึ้นไป ผู้ใดที่บ่นว่าเรา 30จะไม่มีสักคนหนึ่งที่มาถึงแผ่นดินที่เราสัญญาว่าจะให้เจ้าอาศัยอยู่ เว้นแต่คาเลบบุตรเยฟุนเนห์และโยชูวาบุตรนูน (TBS1971)
Num 14:29-30 29 The carcasses of you who have complained against Me shall fall in this wilderness, all of you who were numbered, according to your entire number, from twenty years old and above. 30 Except for Caleb the son of Jephunneh and Joshua the son of Nun, you shall by no means enter the land which I swore I would make you dwell in. (NKJV)
โยชูวาเป็นภาพสัญลักษณ์ของพระเยซูคริสต์ แล้วคาเลบเป็นภาพของอะไร?
คาเลบเป็นภาพสัญลักษณ์ของความเชื่อที่สุดใจในพระเยซู
และในหลายเหตุการณ์ คาเลบดูโดดเด่นกว่าโยชูวาด้วยซ้ำ เมื่อผู้สอดแนมทั้ง 12 คนกลับมาและฝูงชนตื่นตระหนก คาเลบเป็นคนที่ก้าวออกมาพูดคนเดียวก่อน
กดว 13:30 แต่คาเลบได้ให้คนทั้งปวงเงียบต่อหน้าโมเสสกล่าวว่า “ให้เราขึ้นไปทันทีและยึดเมืองนั้น เพราะพวกเรามีกำลัง สามารถที่จะเอาชัยชนะได้” (TBS1971)
Num 13:30 Then Caleb quieted the people before Moses, and said, "Let us go up at once and take possession, for we are well able to overcome it." (NKJV)
คาเลบเป็นภาพสัญลักษณ์ของความเชื่อที่สุดใจในพระเยซู
และในหลายเหตุการณ์ คาเลบดูโดดเด่นกว่าโยชูวาด้วยซ้ำ เมื่อผู้สอดแนมทั้ง 12 คนกลับมาและฝูงชนตื่นตระหนก คาเลบเป็นคนที่ก้าวออกมาพูดคนเดียวก่อน
กดว 13:30 แต่คาเลบได้ให้คนทั้งปวงเงียบต่อหน้าโมเสสกล่าวว่า “ให้เราขึ้นไปทันทีและยึดเมืองนั้น เพราะพวกเรามีกำลัง สามารถที่จะเอาชัยชนะได้” (TBS1971)
Num 13:30 Then Caleb quieted the people before Moses, and said, "Let us go up at once and take possession, for we are well able to overcome it." (NKJV)
และเมื่ออายุ 85 ปี ในขณะที่คนอื่นๆ หยุดพักและตั้งรกราก คาเลบยังคงเรียกร้องมรดกของตัวเองด้วยความกล้าหาญ
ยชว 14:10-12 10และบัดนี้ ดูเถิด พระเจ้ายังทรงให้ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ตลอดสี่สิบห้าปีนี้ ดังที่พระองค์ตรัสตั้งแต่พระเจ้าตรัสเช่นนี้แก่โมเสส เมื่อคนอิสราเอลเดินทางอยู่ในถิ่นทุรกันดาร และนี่แน่ะวันนี้ข้าพเจ้ามีอายุแปดสิบห้าปีแล้ว 11ข้าพเจ้ายังมีกำลังแข็งแรง เช่นเดียวกับวันที่โมเสสใช้ให้ข้าพเจ้าไป กำลังของข้าพเจ้าในการทำศึกสงครามหรือออกไปและเข้ามาเดี๋ยวนี้ก็เป็นเหมือนครั้งนั้น 12เพราะฉะนั้นขอมอบแดนเทือกเขานี้ ซึ่งพระเจ้าตรัสในวันนั้นให้แก่ข้าพเจ้า เพราะท่านได้ยินในวันนั้นแล้วว่าคนอานาคอยู่ที่นั่น มีหัวเมืองใหญ่ที่มีกำแพงล้อมอย่างเข้มแข็ง ชะรอยพระเจ้าจะทรงสถิตกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จะขับไล่เขาออกไปได้ ดังที่พระเจ้าตรัสไว้แล้ว” (TBS1971)
Josh 14:10-12 10 And now, behold, the Lord has kept me alive, as He said, these forty-five years, ever since the Lord spoke this word to Moses while Israel wandered in the wilderness; and now, here I am this day, eighty-five years old. 11 As yet I am as strong this day as on the day that Moses sent me; just as my strength was then, so now is my strength for war, both for going out and for coming in. 12 Now therefore, give me this mountain of which the Lord spoke in that day; for you heard in that day how the Anakim were there, and that the cities were great and fortified. It may be that the Lord will be with me, and I shall be able to drive them out as the Lord said." (NKJV)
ไม่ใช่ความเชื่อของเรา แต่เป็นพระเยซู
แม้ความเชื่อจะสำคัญ เพราะความเชื่อเปรียบเสมือนมือ ที่ยื่นออกไปรับพระพรที่พระเจ้าให้กับเราแล้ว แต่จุดกำเนิดพระพร สาเหตุเดียวที่เราได้รับพระพรจากพระเจ้า ก็คือ พระเยซู เพราะพระองค์เป็นบาป เราจึงได้เป็นผู้ชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์ (2คร 5:21)
แม้ความเชื่อจะสำคัญ เพราะความเชื่อเปรียบเสมือนมือ ที่ยื่นออกไปรับพระพรที่พระเจ้าให้กับเราแล้ว แต่จุดกำเนิดพระพร สาเหตุเดียวที่เราได้รับพระพรจากพระเจ้า ก็คือ พระเยซู เพราะพระองค์เป็นบาป เราจึงได้เป็นผู้ชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์ (2คร 5:21)
ถ้าพระเยซูไม่เสด็จมา ถ้าพระองค์ไม่สิ้นพระชนม์เพื่อเรา เราก็ไม่สามารถได้รับพระพรจากพระเจ้าได้เลย พระเยซูหรือเหตุ ที่ทำให้เราได้รับพระพร เมื่อเราเชื่อในงานที่สำเร็จแล้วของพระองค์ พระพรของพระเจ้าจึงหลั่งไหลมายังชีวิตของเรา
พระเยซูทรงเป็นผู้เลี้ยงแกะ และเราเป็นแกะของพระองค์ หน้าที่ของแกะ ไม่ใช่การพยายามหาทางด้วยตัวเอง แต่คอยเดินตามผู้เลี้ยง (ยน 10:27)
แล้วการมีความเชื่อในพระเยซูหมายความว่าอะไรกันแน่? คำตอบซ่อนอยู่ในชื่อของบิดาของคาเลบและต้นกำเนิดของเขาครับ
แล้วเราจะมองพระเยซูได้อย่างไร? คำตอบอยู่ที่เอมมาอูสครับ
และผลของมันคืออะไร?
ลก 24:32 เขาจึงพูดกันว่า “ใจเราเร่าร้อนภายในเมื่อพระองค์ตรัสกับเราตามทาง เมื่อทรงอธิบายพระคัมภีร์ให้เราฟังมิใช่หรือ” (TBS1971)
แล้วการมีความเชื่อในพระเยซูหมายความว่าอะไรกันแน่? คำตอบซ่อนอยู่ในชื่อของบิดาของคาเลบและต้นกำเนิดของเขาครับ
เยฟุนเนห์ — จงมอง และ เคนัส — นักล่า
ชื่อของบิดาของคาเลบคือ "เยฟุนเนห์" ซึ่งมีความหมายว่า "เพ่งมอง" (Behold) และคาเลบเป็น "ชาวเคนัส" ซึ่งมีความหมายว่า "นักล่า" (Hunter)
ทั้งสองความหมายนี้ชี้ไปในทิศทางเดียวกันครับ
ชื่อของบิดาของคาเลบคือ "เยฟุนเนห์" ซึ่งมีความหมายว่า "เพ่งมอง" (Behold) และคาเลบเป็น "ชาวเคนัส" ซึ่งมีความหมายว่า "นักล่า" (Hunter)
ทั้งสองความหมายนี้ชี้ไปในทิศทางเดียวกันครับ
เปโตรเดินบนน้ำได้ เมื่อเขามองพระเยซู แต่เมื่อเขาหันไปมองคลื่นและลม เขาก็เริ่มจม อัศจรรย์เกิดขึ้น เมื่อเรามองไปที่พระเยซู (มธ 14:29-30)
ฮบ 12:2 โดยจับตามองที่พระเยซูผู้เบิกทางความเชื่อ และผู้ทรงทำให้ความเชื่อนั้นสมบูรณ์ พระองค์ทรงสู้ทนต่อกางเขน เพื่อความยินดีที่อยู่ต่อหน้าพระองค์ ทรงถือว่าความอับอายนั้นไม่เป็นสิ่งสำคัญ และพระองค์ประทับเบื้องขวาพระที่นั่งของพระเจ้า (THSV Free)
ฮบ 12:2 โดยจับตามองที่พระเยซูผู้เบิกทางความเชื่อ และผู้ทรงทำให้ความเชื่อนั้นสมบูรณ์ พระองค์ทรงสู้ทนต่อกางเขน เพื่อความยินดีที่อยู่ต่อหน้าพระองค์ ทรงถือว่าความอับอายนั้นไม่เป็นสิ่งสำคัญ และพระองค์ประทับเบื้องขวาพระที่นั่งของพระเจ้า (THSV Free)
Heb 12:2 looking unto Jesus, the author and finisher of our faith, who for the joy that was set before Him endured the cross, despising the shame, and has sat down at the right hand of the throne of God. (NKJV)
ความเชื่อไม่ใช่สิ่งที่เราสร้างขึ้นเองครับ พระเยซูทรงเป็นทั้งผู้เริ่มต้นและผู้ทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์
แล้วเราจะมองพระเยซูได้อย่างไร? คำตอบอยู่ที่เอมมาอูสครับ
เมื่อสาวกสองคนเดินด้วยความหมดหวัง พระเยซูเสด็จมาเดินเคียงข้าง พระคัมภีร์บันทึกว่า พระเจ้าทรงทำให้ตาทั้งสองฟางไป ทำไมต้องทำให้ตาของเขาฟางไป (ลก 24:16)?
หลังจากที่ตาของทั้งสองฟางไป สิ่งที่พระเยซูทรงทำ คือ สอนพระคัมภีร์ทุกข้อ ที่เล็งถึงพระองค์ตั้งแต่โมเสสและผู้เผยพระวจนะ ให้พวกเขาฟัง
ลก 24:27 พระองค์จึงทรงอธิบายพระคัมภีร์ที่เล็งถึงพระองค์ทุกข้อให้เขาฟัง เริ่มต้นตั้งแต่โมเสสและบรรดาผู้เผยพระวจนะ (TBS1971)
Luke 24:27 And beginning at Moses and all the Prophets, He expounded to them in all the Scriptures the things concerning Himself. (NKJV)ทำไม?
เหตุผลก็เพราะว่า ในยุคพันธสัญญาใหม่ พระเจ้าอยากให้เราเห็นพระเยซูผ่านทางพระวจนะ มากกว่า เห็นผ่านตาเนื้อ
ลก 24:32 เขาจึงพูดกันว่า “ใจเราเร่าร้อนภายในเมื่อพระองค์ตรัสกับเราตามทาง เมื่อทรงอธิบายพระคัมภีร์ให้เราฟังมิใช่หรือ” (TBS1971)
Luke 24:32 And they said to one another, "Did not our heart burn within us while He talked with us on the road, and while He opened the Scriptures to us?" (NKJV)
นั่นแหละครับคือ ความหมายของการมองเห็นพระเยซู ไม่ใช่การพยายามให้มากขึ้น แต่คือการ เห็นพระองค์ในพระวจนะ
ชาวเคนัส — นักล่าแห่งพระวจนะ
และนี่คือกุญแจดอกสุดท้ายครับ "เคนัส" แปลว่า "นักล่า"
คาเลบไม่ได้แค่มีความเชื่อแบบนิ่งๆ เฉยๆ แต่เขาเป็นนักล่า เขาไล่ล่า เขาแสวงหา เขาไม่หยุด แต่เขาล่าอะไร?
รม 10:17 ฉะนั้นความเชื่อจึงเกิดขึ้นจากการได้ยินเรื่องราวนั้น และเรื่องราวที่ได้ยินนั้นคือพระวจนะของพระคริสต์ (TNCV)
Rom 10:17 So faith comes from hearing, and hearing by the word of Christ. (NASU)
ความเชื่อไม่ได้เกิดจากการพยายามให้เชื่อมากขึ้น แต่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เมื่อเราได้ยินพระวจนะของพระคริสต์ เหมือนดอกไม้ที่บานเองเมื่อได้รับแสงแดด ไม่มีดอกไม้ดอกไหนที่ต้องพยายามบาน มันบานเองเมื่อมีแสง
ยิ่งเราล่าหาพระเยซูในพระคัมภีร์มากเท่าไหร่ ความเชื่อก็ยิ่งผุดขึ้นมามากเท่านั้น และผลของการล่าหาพระวจนะอย่างไม่หยุดหย่อนนั้นคืออะไร?
แผ่นดินพระสัญญา หรือชีวิตแห่งพระพร
ฮบ 11:6 แต่ถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าก็ไม่ได้เลย เพราะว่าผู้ที่จะมาเฝ้าพระเจ้าได้นั้น ต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ และพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานบำเหน็จให้แก่ทุกคนที่แสวงหาพระองค์ (TBS1971)
และนี่คือกุญแจดอกสุดท้ายครับ "เคนัส" แปลว่า "นักล่า"
คาเลบไม่ได้แค่มีความเชื่อแบบนิ่งๆ เฉยๆ แต่เขาเป็นนักล่า เขาไล่ล่า เขาแสวงหา เขาไม่หยุด แต่เขาล่าอะไร?
รม 10:17 ฉะนั้นความเชื่อจึงเกิดขึ้นจากการได้ยินเรื่องราวนั้น และเรื่องราวที่ได้ยินนั้นคือพระวจนะของพระคริสต์ (TNCV)
Rom 10:17 So faith comes from hearing, and hearing by the word of Christ. (NASU)
ความเชื่อไม่ได้เกิดจากการพยายามให้เชื่อมากขึ้น แต่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เมื่อเราได้ยินพระวจนะของพระคริสต์ เหมือนดอกไม้ที่บานเองเมื่อได้รับแสงแดด ไม่มีดอกไม้ดอกไหนที่ต้องพยายามบาน มันบานเองเมื่อมีแสง
ยิ่งเราล่าหาพระเยซูในพระคัมภีร์มากเท่าไหร่ ความเชื่อก็ยิ่งผุดขึ้นมามากเท่านั้น และผลของการล่าหาพระวจนะอย่างไม่หยุดหย่อนนั้นคืออะไร?
แผ่นดินพระสัญญา หรือชีวิตแห่งพระพร
ฮบ 11:6 แต่ถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าก็ไม่ได้เลย เพราะว่าผู้ที่จะมาเฝ้าพระเจ้าได้นั้น ต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ และพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานบำเหน็จให้แก่ทุกคนที่แสวงหาพระองค์ (TBS1971)
Heb 11:6 But without faith it is impossible to please Him, for he who comes to God must believe that He is, and that He is a rewarder of those who diligently seek Him. (NKJV)
สรุปภาพทั้งหมด
คาเลบ บุตรชายของเยฟุนเนห์ชาวเคนัส — ชื่อเดียว สามความหมาย
คาเลบ บุตรชายของเยฟุนเนห์ชาวเคนัส — ชื่อเดียว สามความหมาย
คาเลบ — ด้วยสุดใจ
เยฟุนเนห์ — เพ่งมองที่พระเยซู
เคนัส — แสวงหาหรือล่า ที่จะเห็นพระเยซูผ่านทางพระวจนะ
ทั้งสามความหมายชี้ไปที่สิ่งเดียวกัน
เพ่งมองพระเยซูด้วยสุดใจ และล่าหาพระองค์ในพระวจนะ แล้วแผ่นดินพระสัญญาจะเป็นของคุณครับ
เยฟุนเนห์ — เพ่งมองที่พระเยซู
เคนัส — แสวงหาหรือล่า ที่จะเห็นพระเยซูผ่านทางพระวจนะ
ทั้งสามความหมายชี้ไปที่สิ่งเดียวกัน
เพ่งมองพระเยซูด้วยสุดใจ และล่าหาพระองค์ในพระวจนะ แล้วแผ่นดินพระสัญญาจะเป็นของคุณครับ




เป็นเรื่องที่น่าสนใจ หาอ่านที่ไหนได้ยาก
ตอบลบ