วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569

The Prophetic Clock— Episode 4: The Stage Is Set


คุณเติมน้ำมันครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ครับ?

ถ้าเติม Gasohol 95 (แกสโซฮอล์ 95) ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ คุณจ่ายแค่ 29.99 บาท ต่อลิตร

แต่ถ้าเติมวันที่ 28 มีนาคม คุณจ่าย 41.05 บาท — และนั่นยังไม่นับวันที่ 26 มีนาคม ที่ราคาพุ่งขึ้น 6 บาทในคืนเดียว จนหลายปั๊มต้องแขวนป้าย "น้ำมันหมด"

ทำไม?

เพราะอิหร่าน (Iran) ประกาศปิด ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) — เส้นทางที่น้ำมันดิบประมาณ 20% ของโลก ไหลผ่านทุกวัน

ชั่วข้ามคืน สงครามที่หลายคนคิดว่าอยู่ไกลแสนไกล กลายมาเป็นเรื่องที่ กระเป๋าตังค์รู้สึกได้ทันที

และคำถามที่ทุกคนถามอยู่ในใจคือ —

"สงครามนี้จะจบเมื่อไหร่ และจะจบอย่างไร?"

นักวิเคราะห์ (Analyst) หลายสำนักพยายามตอบคำถามนี้ด้วยข้อมูลดาวเทียม รายงานข่าวกรอง แบบจำลองทางทหาร หรือเหตุผลความชอบ ไม่ชอบส่วนตัว

แต่มีชายคนหนึ่งตอบคำถามนี้ไปแล้ว — เมื่อ 2,600 ปีก่อน

เขาชื่อ เอเสเคียล (Ezekiel) และเขานั่งเขียนคำตอบอยู่ริมแม่น้ำในบาบิโลน (Babylon) โดยไม่มีดาวเทียม ไม่มี CIA และไม่มีแม้แต่กล้องโทรทรรศน์

สิ่งที่เขาเขียนไว้ในบทที่ 38 กำลังจะกลายเป็นพาดหัวข่าวที่โลกยังไม่รู้ตัวว่ากำลังเดินเข้าหา

เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

ถ้าคุณอ่านซีรีส์นี้มาตั้งแต่ต้น คุณจะจำได้ว่า...

ตั้งแต่ปี 1948 เป็นต้นมา ผู้นำทุกคนที่ลุกขึ้นมาประกาศว่าจะ "กวาดล้างอิสราเอล (Israel) ให้สิ้นซาก" ต่างจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถทีละคน


นัสเซอร์ (Nasser) หัวใจวายหลังแพ้สงครามหกวัน (Six-Day War) อย่างอัปยศ อาราฟัต (Arafat) จากไปในสภาพลึกลับ ยังไม่มีใครรู้ความจริงจนถึงวันนี้ ซัดดัม (Saddam) ถูกแขวนคอในห้องใต้ดิน กัดดาฟี (Gaddafi) ถูกลากออกมาจากท่อระบายน้ำ และล่าสุด... คาเมเนอี (Khamenei) ผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน (Iran) ที่ครองอำนาจมากว่า 35 ปี จบชีวิตลงในปฏิบัติการร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอล (Operation Roaring Lion)

แต่นั่นไม่ใช่จุดจบ

นั่นคือ จุดเริ่มต้น ของบางสิ่งที่ใหญ่กว่ามาก

สงครามนี้... ไม่ใช่สงครามสุดท้าย

หลายคนมองสงคราม สหรัฐฯ/อิสราเอล vs อิหร่าน ที่กำลังเดือดอยู่ในขณะนี้ แล้วคิดว่า —

"นี่แหละ อาร์มาเกดดอน (Armageddon) แล้ว!"

ช้าก่อนครับ

พระคัมภีร์บอกเราชัดเจนว่า ก่อนที่สงครามครั้งสุดท้ายจะมาถึง ยังต้องมีอีกหลายสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นก่อน และสงครามที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ มีบทบาทสำคัญมาก — แต่มันคือ "สงครามที่เซ็ตฉาก" ไม่ใช่ตัวฉากสุดท้าย

ลองคิดแบบนี้ครับ ถ้าประวัติศาสตร์คือละครเวที ตอนนี้เราอยู่ในฉากที่ทีมงานเบื้องหลังกำลังเข็นฉากเข้า จัดแสงไฟ เตรียมเครื่องแต่งกาย — ยังไม่ใช่การแสดงหลัก แต่ถ้าไม่มีฉากนี้ การแสดงหลักก็เริ่มไม่ได้

แล้วสงครามนี้จะจบอย่างไร?

ต้องพูดตรงๆ ก่อนครับ —

พระคัมภีร์ไม่ได้บอกตรงๆ ว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ/อิสราเอล กับ อิหร่านจะจบอย่างไร

ใครจะชนะ ใครจะแพ้ จะเซ็นสัญญาหยุดยิงหรือเปล่า — พระคัมภีร์ไม่ได้ระบุไว้

แต่สิ่งที่พระคัมภีร์บอกไว้ชัดมากคือ "โลกต้องอยู่ในสภาพ 3 เงื่อนไข ก่อนที่สงครามโกก-มาโกก (War of Gog and Magog) จะเกิดขึ้นได้"

และเมื่อเอาสภาพที่พระคัมภีร์อธิบายไว้ มาเทียบกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ —

มันน่าสนใจมากครับ

3 เงื่อนไขที่พระคัมภีร์วางไว้

เงื่อนไขที่ 1: ภัยคุกคามรอบบ้านต้องเบาบางลง
เมื่อล่วงไปหลายวันแล้วเจ้าจะต้องถูกเรียกตัว ในปีหลังๆ เจ้าจะยกเข้าไปต่อสู้กับแผ่นดินซึ่งได้คืนมาจากสงคราม เป็นแผ่นดินที่ประชาชนรวบรวมกันมาจากชนชาติหลายชาติอยู่ที่บนภูเขาอิสราเอล ซึ่งได้เคยเป็นที่ทิ้งร้างอยู่เนืองนิตย์ ประชาชนของแผ่นดินนั้นออกมาจากชนชาติอื่นๆ บัดนี้อาศัยอยู่อย่างปลอดภัยแล้วทั้งสิ้น
เอเสเคียล 38:8 (TBS1971)

After many days you will be visited. In the latter years you will come into the land of those brought back from the sword and gathered from many people on the mountains of Israel, which had long been desolate; they were brought out of the nations, and now all of them dwell safely.
Ezekiel 38:8 (NKJV)
ฮามาส (Hamas) ในกาซา (Gaza) — ถูกทุบจนโครงสร้างแตกสลาย
เฮซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ในเลบานอน (Lebanon) — ผู้นำระดับสูงถูกกำจัดจนหมดรุ่น
อิหร่าน (Iran) — กำลังสูญเสียโครงสร้างอำนาจและขีดความสามารถทางทหารอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าสงครามครั้งนี้จะจบอย่างไร ทิศทางที่เห็นชัดคือ ภัยคุกคามรอบบ้านของอิสราเอลกำลังอ่อนแรงลงทีละชิ้น เหมือนคนกวาดหมากรุกออกจากกระดานทีละตัว

เงื่อนไขที่ 2: อิสราเอลต้องอยู่ใน "betach"

นี่คือคำที่น่าสนใจที่สุดในพระคัมภีร์ตอนนี้ครับ
และกล่าวว่า 'เราจะยกกองทัพไปยังแผ่นดินที่ชนบทไม่มีกำแพงล้อม เราจะโจมตีประชาชนที่สงบซึ่งอาศัยอยู่อย่างปลอดภัย ทุกคนอาศัยอยู่โดยไม่มีกำแพง ไม่มีดาลไม่มีประตู'
เอเสเคียล 38:11 (TBS1971)

You will say, 'I will go up against a land of unwalled villages; I will go to a peaceful people, who dwell safely, all of them dwelling without walls, and having neither bars nor gates'
Ezekiel 38:11 (NKJV)
คำว่า "betach" (เบ-ทาค | בֶּטַח) ในภาษาฮีบรู (Hebrew) ไม่ได้แปลว่า "ปลอดภัยจริงๆ" แต่หมายถึง "รู้สึกมั่นใจจนไม่ระวังตัว"

นักวิชาการอย่าง ดร. อาร์โนลด์ ฟรุคเทนเบาม์ (Dr. Arnold Fruchtenbaum) แห่ง Ariel Ministries ชี้ว่า สภาวะนี้ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าอิสราเอลปลอดภัยจริงๆ แต่หมายถึงอิสราเอล "รู้สึกว่า" ปลอดภัยจนวางใจ

ลองนึกภาพว่า — ถ้าภัยคุกคามรอบบ้านเบาบางลงอย่างมีนัยสำคัญ ข้อตกลงอับราฮัม แอคคอร์ดส์ (Abraham Accords) ขยายตัวออกไปถึงซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) เศรษฐกิจรุ่งเรือง —


อิสราเอลก็อาจเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอยู่ยงคงกระพัน และนั่นแหละคือกับดัก

เงื่อนไขที่ 3: อิหร่านต้องเจ็บ — แต่ยังไม่หมดแรง

นี่คือจุดที่น่าสนใจที่สุดครับ

ถ้าอิหร่านถูกทำลายจนสิ้นซากในสงครามครั้งนี้ คำพยากรณ์ในเอเสเคียล 38 ก็จะมีปัญหาทันที เพราะพระคัมภีร์ระบุชัดเจนว่า "เปอร์เซีย (Persia)" — ซึ่งก็คืออิหร่านในปัจจุบัน — จะเป็นหนึ่งในกองกำลังหลักของพันธมิตรโกก-มาโกก (Gog-Magog Coalition)
เปอร์เซีย คูช และพูตอยู่กับเขาด้วย ทุกคนมีโล่และหมวกเหล็ก
เอเสเคียล 38:5 (TBS1971)

Persia, Ethiopia, and Libya are with them, all of them with shield and helmet
Ezekiel 38:5 (NKJV)
พูดง่ายๆ คือ ไม่ว่าสงครามครั้งนี้จะจบอย่างไร อิหร่านจะต้อง "อ่อนแอลง แต่ยังไม่หมดสิ้น"

เหมือนนักมวยที่โดนน็อกดาวน์ในยกที่ 3 แต่ยังลุกขึ้นสู้ในยกที่ 10 ได้อีกครั้ง

และนั่นแหละที่ทำให้คำพยากรณ์นี้น่าขนลุกยิ่งขึ้นไปอีก

ชาติที่ "แพ้แต่ไม่ตาย" มักไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ พวกเขาแค่ "เก็บสะสมความแค้น" รอวันที่โอกาสจะกลับมา


และเอเสเคียล (Ezekiel) รู้เรื่องนี้ดี — เขาบอกว่าอิหร่านจะกลับมาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่สู้คนเดียว แต่มาพร้อมกับพันธมิตรที่ใหญ่กว่าเดิมมาก — รัสเซีย (Russia), ตุรกี (Turkey) และชาติพันธมิตรอีกหลายประเทศ

ความเจ็บแค้นจากสงครามครั้งนี้ จะกลายเป็น เชื้อเพลิง ที่จุดไฟสงครามครั้งถัดไป

หลังม่านลง... ก่อนม่านขึ้นอีกครั้ง

เมื่อสงครามครั้งนี้จบลง ไม่ว่าจะจบในรูปแบบใด โลกจะหน้าตาเป็นอย่างไร?

รัสเซีย (Russia) ที่ยังจมอยู่กับสงครามในยูเครน (Ukraine) จะมองเห็นโอกาส
ตุรกี (Turkey) ที่เดินเกมสองหน้ามาตลอด จะเริ่มเลือกข้าง
อิหร่าน (Iran) ที่บาดเจ็บและอัปยศ จะโกรธแค้นลึกๆ และพร้อมสาบานล้างแค้น

และที่สำคัญที่สุด — อิสราเอล (Israel) อาจเริ่มรู้สึกว่าตัวเองปลอดภัยแล้ว และไม่มีใครจะกล้ามายุ่งอีก

ฉากกำลังถูกจัดเตรียม

ม่านกำลังจะขึ้น

และในเอเสเคียล (Ezekiel) บทที่ 38 นักแสดงทุกตัวกำลัง ยืนรอจังหวะอยู่ข้างเวที พร้อมก้าวออกมาได้ทุกเมื่อ...

แต่นี่ยังไม่ใช่บทสุดท้าย

มีสงครามอีกสงครามหนึ่งที่กำลังจะมา — สงครามที่ไม่มีมหาอำนาจโลกใดสามารถหยุดได้


สงครามที่จบลงด้วยไฟจากฟ้า แผ่นดินไหวสะเทือนโลก และกองทัพหลายแสนคนถูกทำลายล้างบนภูเขาของอิสราเอล (Mountains of Israel) — ไม่ใช่โดยกองทัพ IDF แต่โดยพระเจ้าเอง
เราจะพิพากษาลงโทษเขาด้วยโรคระบาดและโลหิตตก เราจะให้ฝนตกอย่างน้ำไหลเชี่ยวทั้งลูกเห็บและไฟ และไฟกำมะถันตกใส่เขาและกองทัพของเขาและชนชาติทั้งหลายเป็นอันมากที่อยู่กับเขา
เอเสเคียล 38:22 (TBS1971)

And I will bring him to judgment with pestilence and bloodshed; I will rain down on him, on his troops, and on the many peoples who are with him, flooding rain, great hailstones, fire, and brimstone.
Ezekiel 38:22-23 (NKJV)
สงครามนั้นมีชื่อว่า สงครามโกก-มาโกก (War of Gog and Magog)

และมันจะเปลี่ยนแผนที่โลกตลอดไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น