มีหนังบล็อกบัสเตอร์เรื่องหนึ่ง ที่คนทั่วโลกดูแล้วหัวใจพองโต
เรื่องของชายที่บินได้ แข็งแกร่งเหนือมนุษย์ทุกคน และสวมเสื้อคลุมสีแดงพร้อมตราอักษร "S" ประดับอยู่บนอก
เขาชื่อ Superman
แต่ถ้าเราหยุดดูช้าๆ สักครั้ง เราจะพบบางอย่างที่ลึกกว่าแค่ฉากแอ็กชัน
บิดาที่ส่งบุตร
เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นจากการตัดสินใจของบิดาคนหนึ่ง
Jor-El — บิดาของ Superman — ตัดสินใจทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่บิดาคนหนึ่งจะทำได้
เขาส่ง บุตรชายคนเดียว ของตนเอง ลงมายังโลก (Earth)
ไม่ใช่ส่งมาเพื่อซ่อนตัว ไม่ใช่ส่งมาเพื่อใช้ชีวิตธรรมดา
แต่ส่งมา เพื่อช่วยกู้โลก
ชื่อที่ซ่อนความหมาย
และนี่คือสิ่งที่น่าสนใจมาก
ชื่อของบิดาคนนี้ — Jor-El — ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาโดยบังเอิญ
ในภาษาฮีบรู (Hebrew) คำว่า "El" (אֵל) แปลว่า พระเจ้า (God)
เราพบคำนี้ได้ทั่วพระคัมภีร์ — El Shaddai (พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์), El Elyon (พระเจ้าสูงสุด), Elohim (พระเจ้าผู้ทรงสร้าง)
และในชื่อของทูตสวรรค์ทุกองค์ — Micha-el, Gabri-el, Rapha-el — ล้วนลงท้ายด้วย El ทั้งสิ้น
ผู้เขียนเรื่อง Superman อย่าง Jerry Siegel และ Joe Shuster ในปี 1938 นั้น ทั้งคู่คือชาวยิว (Jewish) ที่เติบโตมากับพระคัมภีร์ภาษาฮีบรู และพวกเขารู้ดีว่า El หมายถึงอะไร
ดังนั้น Jor-El เปรียบเหมือน พระเจ้าพระบิดา ที่ส่งพระบุตรมาไถ่บาปให้กับเรา
บุตรที่สำแดงภาพพระบิดา
เด็กคนนั้นเติบโตขึ้นในชื่อ Clark Kent — ธรรมดา เงียบ ไม่มีใครสังเกต
แต่ภายในร่างนั้น มีพลังที่เกินธรรมชาติซ่อนอยู่
ชื่อที่ซ่อนความหมาย
และนี่คือสิ่งที่น่าสนใจมาก
ชื่อของบิดาคนนี้ — Jor-El — ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาโดยบังเอิญ
ในภาษาฮีบรู (Hebrew) คำว่า "El" (אֵל) แปลว่า พระเจ้า (God)
เราพบคำนี้ได้ทั่วพระคัมภีร์ — El Shaddai (พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์), El Elyon (พระเจ้าสูงสุด), Elohim (พระเจ้าผู้ทรงสร้าง)
และในชื่อของทูตสวรรค์ทุกองค์ — Micha-el, Gabri-el, Rapha-el — ล้วนลงท้ายด้วย El ทั้งสิ้น
ผู้เขียนเรื่อง Superman อย่าง Jerry Siegel และ Joe Shuster ในปี 1938 นั้น ทั้งคู่คือชาวยิว (Jewish) ที่เติบโตมากับพระคัมภีร์ภาษาฮีบรู และพวกเขารู้ดีว่า El หมายถึงอะไร
ดังนั้น Jor-El เปรียบเหมือน พระเจ้าพระบิดา ที่ส่งพระบุตรมาไถ่บาปให้กับเรา
บุตรที่สำแดงภาพพระบิดา
เด็กคนนั้นเติบโตขึ้นในชื่อ Clark Kent — ธรรมดา เงียบ ไม่มีใครสังเกต
แต่ภายในร่างนั้น มีพลังที่เกินธรรมชาติซ่อนอยู่
บินได้ มองทะลุกำแพงได้ แข็งแกร่งกว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ บนโลก
และที่สำคัญที่สุด — เขาคือ ภาพสะท้อนของบิดา
ทุกอย่างที่ Jor-El เป็น ปรากฏอยู่ในตัวบุตรชาย เจตนา อำนาจ และพันธกิจ — ถูกส่งผ่านมาครบถ้วน
ยน 14:9 พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ฟีลิปเอ๋ย เราได้อยู่กับท่านนานถึงเพียงนี้และท่านยังไม่รู้จักเราอีกหรือ ผู้ที่ได้เห็นเราก็ได้เห็นพระบิดา ท่านจะพูดได้อย่างไรอีกว่า ‘ขอสำแดงพระบิดาให้ข้าพระองค์ทั้งหลายเห็น’ (TBS1971)
และที่สำคัญที่สุด — เขาคือ ภาพสะท้อนของบิดา
ทุกอย่างที่ Jor-El เป็น ปรากฏอยู่ในตัวบุตรชาย เจตนา อำนาจ และพันธกิจ — ถูกส่งผ่านมาครบถ้วน
ยน 14:9 พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ฟีลิปเอ๋ย เราได้อยู่กับท่านนานถึงเพียงนี้และท่านยังไม่รู้จักเราอีกหรือ ผู้ที่ได้เห็นเราก็ได้เห็นพระบิดา ท่านจะพูดได้อย่างไรอีกว่า ‘ขอสำแดงพระบิดาให้ข้าพระองค์ทั้งหลายเห็น’ (TBS1971)
John 14:9 Jesus said to him, "Have I been with you so long, and yet you have not known Me, Philip? He who has seen Me has seen the Father; so how can you say, 'Show us the Father'?
(NKJV)
นั่นไม่ใช่บทพูดของ Superman
อักษร "S" — และความหมายที่ลึกกว่านั้น
แล้วตราสัญลักษณ์บนอกของเขาล่ะ?
ในภาพยนตร์ Man of Steel (2013) มีฉากที่ Jor-El อธิบายไว้ชัดเจนว่า
> "It's not an 'S.' On my world it means Hope."
> "นั่นไม่ใช่อักษร 'S' — บนโลกของเรา มันหมายถึง ความหวัง (Hope)"
บิดาส่งบุตรลงมา และบนอกของบุตรนั้น มีตราประทับ ความหวัง
ไม่ใช่พลัง ไม่ใช่ชัยชนะ — แต่คือ ความหวัง
และในพระคัมภีร์ ความหวัง (Hope) ไม่ใช่แค่คำสวยงามทั่วไป แต่คือหนึ่งใน keyword สำคัญที่เชื่อมโยงโดยตรงกับการเสด็จกลับมาของพระเมสสิยาห์ (Messiah) ในยุคสุดท้าย (End Times)
ในภาพยนตร์ Man of Steel (2013) มีฉากที่ Jor-El อธิบายไว้ชัดเจนว่า
> "It's not an 'S.' On my world it means Hope."
> "นั่นไม่ใช่อักษร 'S' — บนโลกของเรา มันหมายถึง ความหวัง (Hope)"
บิดาส่งบุตรลงมา และบนอกของบุตรนั้น มีตราประทับ ความหวัง
ไม่ใช่พลัง ไม่ใช่ชัยชนะ — แต่คือ ความหวัง
และในพระคัมภีร์ ความหวัง (Hope) ไม่ใช่แค่คำสวยงามทั่วไป แต่คือหนึ่งใน keyword สำคัญที่เชื่อมโยงโดยตรงกับการเสด็จกลับมาของพระเมสสิยาห์ (Messiah) ในยุคสุดท้าย (End Times)
ทต 2:13 คอยความสุขซึ่งจะได้รับตามความหวัง ได้แก่การปรากฏของพระสิริของพระเจ้าใหญ่ยิ่งคือพระเยซูคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอดของเรา (TBS1971)
Titus 2:13 looking for the blessed hope and glorious appearing of our great God and Savior Jesus Christ, (NKJV)
ความหวังในพระคัมภีร์ คือการรอคอยสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
Titus 2:13 looking for the blessed hope and glorious appearing of our great God and Savior Jesus Christ, (NKJV)
ความหวังในพระคัมภีร์ คือการรอคอยสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
ภาพที่เราเคยเห็นมาก่อน
มนุษย์เขียนเรื่อง Superman ขึ้นมาในปี 1938
แต่เรื่องของ บิดาที่ส่งบุตรชายคนเดียวลงมายังโลก พร้อมตราประทับแห่งความหวัง เพื่อกู้โลก นั้น ถูกเขียนไว้นานกว่านั้นมากแล้ว
ยน 3:16 เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ (TBS1971)
John 3:16 For God so loved the world that He gave His only begotten Son, that whoever believes in Him should not perish but have everlasting life. (NKJV)
บุตรที่ถูกส่งมา พลังที่เกินธรรมชาติ ภาพของพระบิดาที่ปรากฏในพระบุตร ตราประทับแห่งความหวังบนอก พันธกิจเพื่อกู้โลก
นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่
นี่คือ เรื่องเก่าแก่ที่สุด ที่มนุษยชาติเคยได้ยิน — และไม่เคยลืม
ทำไมเราถึงชอบเรื่องนี้?
C.S. Lewis และ J.R.R. Tolkien เคยพูดถึงสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "True Myth" — ความจริงที่ฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกของมนุษย์ทุกคน
ไม่ว่าคุณจะเกิดที่ไหน พูดภาษาอะไร หรือนับถือศาสนาใด...
คุณยังคงถูกดึงดูดด้วยเรื่องของ วีรบุรุษที่ถูกส่งมาจากที่อื่น พร้อมความหวัง เพื่อช่วยกู้โลก
เพราะลึกลงไปในใจ และจิตวิญญาณของเรา —
เราไม่ได้แค่ชื่นชมเรื่องนี้
เรารอคอย และเรียกร้องหา พระผู้ช่วย — The Messiah




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น