วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569

The Last Son of Krypton


มีหนังบล็อกบัสเตอร์เรื่องหนึ่ง ที่คนทั่วโลกดูแล้วหัวใจพองโต

เรื่องของชายที่บินได้ แข็งแกร่งเหนือมนุษย์ทุกคน และสวมเสื้อคลุมสีแดงพร้อมตราอักษร "S" ประดับอยู่บนอก

เขาชื่อ Superman

แต่ถ้าเราหยุดดูช้าๆ สักครั้ง เราจะพบบางอย่างที่ลึกกว่าแค่ฉากแอ็กชัน

บิดาที่ส่งบุตร

เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นจากการตัดสินใจของบิดาคนหนึ่ง

Jor-El — บิดาของ Superman — ตัดสินใจทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่บิดาคนหนึ่งจะทำได้


เขาส่ง บุตรชายคนเดียว ของตนเอง ลงมายังโลก (Earth)

ไม่ใช่ส่งมาเพื่อซ่อนตัว ไม่ใช่ส่งมาเพื่อใช้ชีวิตธรรมดา

แต่ส่งมา เพื่อช่วยกู้โลก

ชื่อที่ซ่อนความหมาย

และนี่คือสิ่งที่น่าสนใจมาก

ชื่อของบิดาคนนี้ — Jor-El — ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาโดยบังเอิญ

ในภาษาฮีบรู (Hebrew) คำว่า "El" (אֵל) แปลว่า พระเจ้า (God)

เราพบคำนี้ได้ทั่วพระคัมภีร์ — El Shaddai (พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์), El Elyon (พระเจ้าสูงสุด), Elohim (พระเจ้าผู้ทรงสร้าง)

และในชื่อของทูตสวรรค์ทุกองค์ — Micha-el, Gabri-el, Rapha-el — ล้วนลงท้ายด้วย El ทั้งสิ้น

ผู้เขียนเรื่อง Superman อย่าง Jerry Siegel และ Joe Shuster ในปี 1938 นั้น ทั้งคู่คือชาวยิว (Jewish) ที่เติบโตมากับพระคัมภีร์ภาษาฮีบรู และพวกเขารู้ดีว่า El หมายถึงอะไร

ดังนั้น Jor-El เปรียบเหมือน พระเจ้าพระบิดา ที่ส่งพระบุตรมาไถ่บาปให้กับเรา

บุตรที่สำแดงภาพพระบิดา

เด็กคนนั้นเติบโตขึ้นในชื่อ Clark Kent — ธรรมดา เงียบ ไม่มีใครสังเกต

แต่ภายในร่างนั้น มีพลังที่เกินธรรมชาติซ่อนอยู่


บินได้ มองทะลุกำแพงได้ แข็งแกร่งกว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ บนโลก

และที่สำคัญที่สุด — เขาคือ ภาพสะท้อนของบิดา

ทุกอย่างที่ Jor-El เป็น ปรากฏอยู่ในตัวบุตรชาย เจตนา อำนาจ และพันธกิจ — ถูกส่งผ่านมาครบถ้วน

ยน 14:9 ​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “​ฟีลิป​เอ๋ย เรา​ได้​อยู่​กับ​ท่าน​นาน​ถึง​เพียง​นี้​และ​ท่าน​ยัง​ไม่​รู้จัก​เรา​อีก​หรือ ผู้​ที่​ได้​เห็น​เรา​ก็​ได้​เห็น​พระ​บิดา ท่าน​จะ​พูด​ได้​อย่างไร​อีก​ว่า ‘ขอ​สำแดง​พระ​บิดา​ให้​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย​เห็น’ (TBS1971)
John 14:9 Jesus said to him, "Have I been with you so long, and yet you have not known Me, Philip? He who has seen Me has seen the Father; so how can you say, 'Show us the Father'?
(NKJV)

...เดี๋ยวก่อน

นั่นไม่ใช่บทพูดของ Superman

อักษร "S" — และความหมายที่ลึกกว่านั้น


แล้วตราสัญลักษณ์บนอกของเขาล่ะ?

ในภาพยนตร์ Man of Steel (2013) มีฉากที่ Jor-El อธิบายไว้ชัดเจนว่า

> "It's not an 'S.' On my world it means Hope."
> "นั่นไม่ใช่อักษร 'S' — บนโลกของเรา มันหมายถึง ความหวัง (Hope)"


บิดาส่งบุตรลงมา และบนอกของบุตรนั้น มีตราประทับ ความหวัง

ไม่ใช่พลัง ไม่ใช่ชัยชนะ — แต่คือ ความหวัง

และในพระคัมภีร์ ความหวัง (Hope) ไม่ใช่แค่คำสวยงามทั่วไป แต่คือหนึ่งใน keyword สำคัญที่เชื่อมโยงโดยตรงกับการเสด็จกลับมาของพระเมสสิยาห์ (Messiah) ในยุคสุดท้าย (End Times)

ทต 2:13 คอย​ความ​สุข​ซึ่ง​จะ​ได้รับ​ตาม​ความ​หวัง ได้แก่​การ​ปรากฏ​ของ​พระ​สิริ​ของ​พระ​เจ้า​ใหญ่​ยิ่ง​คือ​​พระ​เยซู​คริสต์​ ​พระ​ผู้ช่วย​ให้​รอด​ของ​เรา​ (TBS1971)
Titus 2:13 looking for the blessed hope and glorious appearing of our great God and Savior Jesus Christ, (NKJV)

ความหวังในพระคัมภีร์ คือการรอคอยสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

ภาพที่เราเคยเห็นมาก่อน

มนุษย์เขียนเรื่อง Superman ขึ้นมาในปี 1938

แต่เรื่องของ บิดาที่ส่งบุตรชายคนเดียวลงมายังโลก พร้อมตราประทับแห่งความหวัง เพื่อกู้โลก นั้น ถูกเขียนไว้นานกว่านั้นมากแล้ว

ยน 3:16 เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​รัก​โลก จน​ได้​ทรง​ประทาน​พระ​บุตร​องค์​เดียว​ของ​พระ​องค์ เพื่อ​ทุก​คน​ที่​วางใจ​ใน​พระ​บุตร​นั้น​จะ​ไม่​พินาศ แต่​มี​ชีวิต​นิรันดร์​ (TBS1971)
John 3:16 For God so loved the world that He gave His only begotten Son, that whoever believes in Him should not perish but have everlasting life. (NKJV)

บุตรที่ถูกส่งมา 
พลังที่เกินธรรมชาติ ภาพของพระบิดาที่ปรากฏในพระบุตร ตราประทับแห่งความหวังบนอก พันธกิจเพื่อกู้โลก

นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่

นี่คือ เรื่องเก่าแก่ที่สุด ที่มนุษยชาติเคยได้ยิน — และไม่เคยลืม

ทำไมเราถึงชอบเรื่องนี้?

C.S. Lewis และ J.R.R. Tolkien เคยพูดถึงสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "True Myth" — ความจริงที่ฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกของมนุษย์ทุกคน

ไม่ว่าคุณจะเกิดที่ไหน พูดภาษาอะไร หรือนับถือศาสนาใด...

คุณยังคงถูกดึงดูดด้วยเรื่องของ วีรบุรุษที่ถูกส่งมาจากที่อื่น พร้อมความหวัง เพื่อช่วยกู้โลก

เพราะลึกลงไปในใจ และจิตวิญญาณของเรา —

เราไม่ได้แค่ชื่นชมเรื่องนี้

เรารอคอย และเรียกร้องหา พระผู้ช่วย — The Messiah

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น