บทความนี้เป็นบทความที่ปรับปรุงเพิ่มเติมเนื้อหา มาจากบทความต้นแบบเรื่องของโมเสส, โยชูวา และคาเลบ ความตั้งใจแรก ผมตั้งใจจะเขียนเรื่องภาพสัญลักษณ์ของทั้ง 3 คน แต่เมื่อเริ่มเขียนไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่ามีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายอย่างที่ผมไม่อยากจะข้ามผ่านไป ก็เลยขอโมเนื้อหาต้นฉบับ จนกลายเป็นซีรีส์ เส้นทางสู่แผ่นดินพระสัญญา ที่พี่น้องกำลังอ่านอยู่นี่แหละครับ
ก่อนที่เราจะไปถึงถิ่นทุรกันดาร เราต้องเริ่มต้นที่โกเชน (Goshen) ก่อน
เรื่องทั้งหมดเริ่มขึ้นที่ โยเซฟ ชายหนุ่มที่ถูกพี่ชายของตัวเองขายไปเป็นทาสที่อียิปต์ ฟังดูเหมือนจุดจบ แต่พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับโยเซฟ และพระองค์กำลังทำบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก
หลายปีผ่านมา พระเจ้าทรงโปรดยกชูโยเซฟขึ้นเป็นมหาอุปราช ผู้มีอำนาจสูงสุดในอียิปต์ เป็นรองแค่ฟาโรห์เพียงองค์เดียว พระองค์ทรงใช้วิกฤตกันดารอาหารครั้งใหญ่ทั่วโลก เพื่อยกและวางโยเซฟไว้ในตำแหน่งที่ไม่มีใครคาดคิด พระเจ้าไม่เคยเสียวิกฤตไปเปล่าๆ
ในช่วงที่ข้าวยากหมากแพง บรรดาพี่ๆ ของโยเซฟจึงต้องเดินทางลงมาซื้ออาหารที่อียิปต์ และนั่นทำให้โยเซฟได้พบกับพี่ชายของเขาอีกครั้ง โยเซฟได้สำแดงตัวเองกับพวกพี่ๆ และเรื่องราวที่เคยเจ็บปวดที่สุด ก็กลายเป็นการคืนดีที่งดงามที่สุด
ท้ายที่สุด ยาโคบ และครอบครัวทั้งหมด 70 ชีวิต ได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่อียิปต์ และฟาโรห์ได้ยกเมือง โกเชน ซึ่งเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในอียิปต์ ให้เป็นที่พำนักของคนอิสราเอล
ฟังดูดีมากใช่ไหมครับ? แต่เรื่องกำลังจะเปลี่ยนไป
เวลาผ่านล่วงเลยมาหลายปี ยาโคบ โยเซฟ พร้อมกับพี่น้องทุกคน รวมถึงบรรดาคนสมัยนั้น ต่างถึงแก่ความตายกันหมด ฟาโรห์องค์ใหม่ขึ้นครองอำนาจ และพระองค์หาได้รู้จักโยเซฟไม่
ฟังดูดีมากใช่ไหมครับ? แต่เรื่องกำลังจะเปลี่ยนไป
เวลาผ่านล่วงเลยมาหลายปี ยาโคบ โยเซฟ พร้อมกับพี่น้องทุกคน รวมถึงบรรดาคนสมัยนั้น ต่างถึงแก่ความตายกันหมด ฟาโรห์องค์ใหม่ขึ้นครองอำนาจ และพระองค์หาได้รู้จักโยเซฟไม่
ฟาโรห์จึงบังคับให้คนอิสราเอลเป็นแรงงานทาส ใช้แรงงานพวกเขาอย่างหนักในการก่อสร้างหัวเมืองเก็บสมบัติที่เมือง ปิธม และเมือง ราอัมเสส พระคัมภีร์บันทึกไว้ตรงๆ เลยว่า ชีวิตของคนอิสราเอลขมขื่น พวกเขาถูกบังคับให้ทำงานหนักทุกชนิด ทั้งงานก่อสร้างและงานในทุ่งนา (อพย 1:14)
แต่ฟาโรห์ไม่หยุดแค่นั้น
พระองค์มีรับสั่งให้นางผดุงครรภ์ชาวฮีบรู 2 คน คือ ชิฟราห์ และ ปูอาห์ ฆ่าเด็กผู้ชายชาวฮีบรูทุกคนที่คลอดออกมาทันที
แต่พระคัมภีร์บอกว่า นางผดุงครรภ์ทั้งสองยำเกรงพระเจ้ามากกว่าที่พวกเธอกลัวฟาโรห์ พวกเธอจึงไม่ทำตามพระบัญชา และปล่อยให้เด็กชายชาวฮีบรูรอดชีวิต
หนึ่งในเด็กที่รอดชีวิตมาได้นั้น คือ โมเสส
แต่พระคัมภีร์บอกว่า นางผดุงครรภ์ทั้งสองยำเกรงพระเจ้ามากกว่าที่พวกเธอกลัวฟาโรห์ พวกเธอจึงไม่ทำตามพระบัญชา และปล่อยให้เด็กชายชาวฮีบรูรอดชีวิต
หนึ่งในเด็กที่รอดชีวิตมาได้นั้น คือ โมเสส
แม่ของโมเสสแอบเลี้ยงดูลูกชายของเธออย่างหลบๆ ซ่อนๆ นานถึง 3 เดือน จนกระทั่งสถานการณ์ตึงเครียดจนไม่อาจซ่อนเขาได้อีกต่อไป เธอจึงเอาตะกร้าสานด้วยต้นกก ยาด้วยยางมะตอยและชัน แล้วเอาทารกน้อยวัย 3 เดือนวางไว้ที่กอปรือริมแม่น้ำ
และนั่นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่พระราชธิดาของฟาโรห์เสด็จลงมาสรงน้ำ
พระราชธิดาทรงพบทารกน้อยในตะกร้า และด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูของโมเสส พระองค์จึงทรงรับเขาเป็นบุตรบุญธรรม เด็กที่ควรจะตาย กลับเติบโตขึ้นในพระราชวังของศัตรู
พระเจ้าช่างมีอารมณ์ขันที่ลึกซึ้งจริงๆ
ในพระธรรมอพยพบทที่ 2 พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า คนอิสราเอลเศร้าใจอย่างสุดแสนเพราะการเป็นทาส พวกเขาร้องคร่ำครวญขอความช่วยเหลือ และเสียงของพวกเขาดังขึ้นไปถึงพระเจ้า
อพย 2:23-24 "คนอิสราเอลครวญครางเพราะถูกเกณฑ์ใช้แรงงาน เสียงร้องของพวกเขาก็ขึ้นไปถึงพระเจ้า พระเจ้าทรงสดับเสียงคร่ำครวญของพวกเขา และพระองค์ทรงระลึกถึงพันธสัญญาของพระองค์กับอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ"
พระเจ้าได้ยิน และพระองค์จะไม่นิ่งเฉย
พระเจ้าได้ยิน และพระองค์จะไม่นิ่งเฉย
พระองค์จึงเลือก โมเสส ให้เป็นคนนำคนอิสราเอลออกจากชีวิตการเป็นทาสในอียิปต์
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่เราจะออกสำรวจร่วมกันในซีรีส์นี้ครับ ในตอนถัดไป เราจะมาดูกันว่า ทำไมพระเจ้าถึงต้องใช้ถึง 2 คน ในการพาอิสราเอลออกจากอียิปต์และเข้าสู่แผ่นดินพระสัญญา และทำไมโมเสสจึงทำได้แค่ครึ่งทาง






ให้คำอธิบายชัดเจนมากขอบคุณ
ตอบลบหนุย