14 ปีที่แล้ว ผมเขียนตอนที่ 1 ของซีรีส์นี้ไว้ — ว่าด้วยภาษาฮีบรูที่ไม่มีอนาคตกาล และวิธีที่พระเจ้ามองทุกอย่างว่าสำเร็จแล้วตั้งแต่ต้น วันนี้คือตอนที่ 2 และคำถามที่ตามมาตามธรรมชาติก็คือ — ถ้าพระเจ้าพูดแบบนั้น แล้วเราล่ะ? ถ้าเราพูดแบบเดียวกับพระองค์ อะไรจะเกิดขึ้น?
พระสัญญาที่สำเร็จก่อนที่คุณจะขอในตอนที่แล้ว เราได้เรียนรู้ว่าภาษาฮีบรูไม่มีอนาคตกาล และเมื่อพระเจ้าตรัสถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น พระองค์ตรัสเหมือนมันสำเร็จไปแล้ว
แต่ตอนนี้มีคำถามที่น่าสนใจกว่านั้น — แล้วเราล่ะ? เราจะพูดแบบพระเจ้าได้ไหม?
ไม่ใช่สูตรสำเร็จ — แต่เป็นเรื่องของความเชื่อที่รู้ว่าพระสัญญาของพระเจ้าสำเร็จแล้ว และเราแค่เดินเข้าไปรับมัน
เสร็จสิ้นตั้งแต่วันแรก
มีข้อพระคัมภีร์หนึ่งที่น้อยคนจะสังเกตเห็น แต่เมื่อเห็นแล้วจะลืมไม่ลง
สำหรับเราผู้มีความเชื่อแล้วจะได้เข้าสู่การพำนัก คือการพำนักที่พระองค์ได้ตรัสไว้แล้วว่า <<ตามที่เราได้ปฏิญาณด้วยความพิโรธว่า <เขาจะไม่ได้เข้าสู่การพำนักซึ่งเราจัดให้>>> แม้ว่างานของพระองค์จะได้สำเร็จแล้วตั้งแต่สร้างโลก"Were finished... were done" — Past Tense ทั้งคู่
— ฮีบรู 4:3 (TBS1971)
For we who have believed do enter that rest, as He has said: "So I swore in My wrath, 'They shall not enter My rest,' " although the works were finished from the foundation of the world.
— Hebrews 4:3 (NKJV)
for we do enter into the rest — we who did believe, as He said, 'So I sware in My anger, If they shall enter into My rest — ;' and yet the works were done from the foundation of the world,
— Hebrews 4:3 (YLT)
พระสัญญาที่คุณถืออยู่ในมือวันนี้ — มันเสร็จแล้วในสวรรค์ตั้งแต่ก่อนคุณจะขอ และถ้ามันเสร็จแล้ว มันก็กำลังจะเกิดขึ้นในชีวิตคุณ — แน่นอน
คืนก่อนที่พระเยซู (Jesus) จะถูกตรึงบนไม้กางเขน พระองค์ทรงอธิษฐานในสวนเกทเสมนี (Gethsemane) และตรัสสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดสิ่งหนึ่งในพระคัมภีร์ทั้งเล่ม
นี่ไม่ใช่ความผิดพลาด — นี่คือวิธีที่พระเจ้ามองความจริง สำหรับพระองค์ สิ่งที่พระองค์ตั้งพระทัยไว้ได้เกิดขึ้นแล้ว แม้ว่าตาของเราจะยังไม่เห็นมันก็ตาม
และถ้าพระเยซูพูดถึงงานไม้กางเขนว่าสำเร็จแล้ว ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น — พระสัญญาของพระองค์สำหรับชีวิตคุณ ก็สำเร็จแล้วเช่นกัน
ข้าพระองค์ได้ถวายเกียรติแด่พระองค์ในโลก เพราะข้าพระองค์ได้กระทำกิจที่พระองค์ทรงให้ข้าพระองค์กระทำนั้นสำเร็จแล้ว"I have finished" — ณ จุดนั้น พระเยซูยังไม่ได้ถูกตรึง ยังไม่ได้สิ้นพระชนม์ ยังไม่ได้คืนพระชนม์ แต่พระองค์ตรัสว่า "สำเร็จแล้ว"
— ยอห์น 17:4 (TBS1971)
I have glorified You on the earth. I have finished the work which You have given Me to do.
— John 17:4 (NKJV)
I did glorify Thee on the earth, the work I did finish that Thou hast given me, that I may do [it].
— John 17:4 (YLT)
นี่ไม่ใช่ความผิดพลาด — นี่คือวิธีที่พระเจ้ามองความจริง สำหรับพระองค์ สิ่งที่พระองค์ตั้งพระทัยไว้ได้เกิดขึ้นแล้ว แม้ว่าตาของเราจะยังไม่เห็นมันก็ตาม
และถ้าพระเยซูพูดถึงงานไม้กางเขนว่าสำเร็จแล้ว ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น — พระสัญญาของพระองค์สำหรับชีวิตคุณ ก็สำเร็จแล้วเช่นกัน
เมื่อคนของพระเจ้าพูดแบบพระเจ้า
ทฤษฎีฟังดูดีครับ — แต่มันใช้ได้จริงในชีวิตไหม? มาดูคนในพระคัมภีร์ที่เดินในภาษาแห่งความเชื่อกันครับ
อับราฮัม — บิดาของบรรดาประชาชาติ ก่อนที่จะมีลูกสักคน
หลังจากพระเจ้าเปลี่ยนชื่อ "อับราม" เป็น "อับราฮัม" อับราฮัมเริ่มแนะนำตัวเองด้วยชื่อใหม่ทันที
ชื่อ "อับราฮัม" ในภาษาฮีบรูแปลว่า "บิดาของบรรดาประชาชาติ" ทุกครั้งที่เขาเอ่ยชื่อตัวเอง ทุกครั้งที่คนอื่นเรียกชื่อเขา — มันคือการประกาศพระสัญญาของพระเจ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ชายชราอายุเกือบ 100 ปี ภรรยาเป็นหมัน — แต่ทุกวันเขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับชื่อที่บอกว่า "ฉันคือบิดาของบรรดาประชาชาติ" นั่นคือภาษาแห่งความเชื่อ
Tense บอกทุกอย่าง
มาเปรียบเทียบ NKJV กับ YLT กันนะครับ
ใน NKJV ข้อ 4 ใช้ "you shall be a father of many nations" และข้อ 5 ว่า "your name shall be Abraham" — กาลที่ใช้คืออนาคตกาล (Future Tense) ความหมายของ "shall be" คือ ณ ขณะที่กล่าว ยังไม่ได้เป็น แต่จะเป็นในอนาคต
ทีนี้มาดู YLT กัน ภาษาค่อนข้างเป็นอังกฤษโบราณ ผมขอ modernize ให้อ่านง่ายขึ้น เรียกว่า Modernized YLT นะครับ:
ข้อ 4: "you have become father of a multitude of nations" ข้อ 5: "your name has been Abraham"
เห็นความต่างไหมครับ? ใน NKJV ใช้ Future Tense แต่ใน Modernized YLT ทั้งข้อ 4 และข้อ 5 ใช้ Present Perfect Tense — ความหมายของ Present Perfect คือ สิ่งนั้น เกิดขึ้นแล้ว และยังคงมีผลอยู่ในปัจจุบัน พระเจ้าตรัสราวกับว่าอับราฮัมเป็นบิดาของประชาชาติมากมายแล้ว ณ ขณะที่ตรัส ซึ่งสอดคล้องกับโรม 4:17 ที่ว่าพระเจ้าทรง "เรียกสิ่งที่ยังไม่มีเหมือนอย่างกับว่ามีแล้ว"
⁴ <<นี่พันธสัญญาของเรากับเจ้า เจ้าจะเป็นบิดาของประชาชาติมากมาย ⁵ ชื่อของเจ้าจะมิใช่อับรามอีกต่อไป เจ้าจะมีชื่อใหม่คืออับราฮัม เพราะเราให้เจ้าเป็นบิดาของประชาชาติมากมายคาเลบ — คนที่เห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น
— ปฐมกาล 17:4-5 (TBS1971)
⁴ "As for Me, behold, My covenant is with you, and you shall be a father of many nations. ⁵ No longer shall your name be called Abram, but your name shall be Abraham; for I have made you a father of many nations.
— Genesis 17:4-5 (NKJV)
⁴ 'I — lo, My covenant [is] with thee, and thou hast become father of a multitude of nations; ⁵ and thy name is no more called Abram, but thy name hath been Abraham, for father of a multitude of nations have I made thee;
— Genesis 17:4-5 (YLT)
เมื่อโมเสส (Moses) ส่งสายลับ (Spies) 12 คนไปสำรวจแผ่นดินคานาอัน (Canaan) ทั้ง 12 คนเห็นสิ่งเดียวกัน — แผ่นดินอุดมสมบูรณ์ และศัตรูที่แข็งแกร่ง แต่สิ่งที่ต่างกันคือวิธีที่พวกเขาพูดถึงมัน
แต่คาเลบได้ให้คนทั้งปวงเงียบต่อหน้าโมเสสกล่าวว่า <<ให้เราขึ้นไปทันทีและยึดเมืองนั้น เพราะพวกเรามีกำลังสามารถที่จะเอาชัยชนะได้>>"We are well able... we are thoroughly able" — ปัจจุบันกาล ณ ตอนนี้ ไม่ใช่ในอนาคต คาเลบพูดถึงชัยชนะเหมือนมันอยู่ในมือแล้ว
— กันดารวิถี 13:30 (TBS1971)
Then Caleb quieted the people before Moses, and said, "Let us go up at once and take possession, for we are well able to overcome it."
— Numbers 13:30 (NKJV)
And Caleb stilleth the people concerning Moses, and saith, 'Let us certainly go up — and we have possessed it; for we are thoroughly able for it.'
— Numbers 13:30 (YLT)
และคาเลบกับโยชูวา (Joshua) คือ 2 คนเดียวจากรุ่นนั้นที่ได้เหยียบแผ่นดินพระสัญญา
ดาวิด — เด็กเลี้ยงแกะที่ประกาศชัยชนะก่อนขว้างก้อนหิน
วันที่ดาวิด (David) เดินออกไปเผชิญหน้ากับโกลิอัท (Goliath) ยักษ์นักรบของฟีลิสเตีย (Philistia) ทุกคนในกองทัพอิสราเอลหยุดหายใจ แต่ดาวิดเปิดปากพูดว่า:
ในวันนี้พระเจ้าจะทรงมอบท่านไว้ในมือข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะประหารท่านและตัดศีรษะของท่านเสีย และในวันนี้ข้าพเจ้าจะให้ศพของกองทัพฟีลิสเตียแก่นกในอากาศและแก่สัตว์ป่า เพื่อทั้งพิภพนี้จะทราบว่ามีพระเจ้าพระองค์หนึ่งในอิสราเอลสังเกต YLT ไหมครับ — "I have smitten thee" — Past Tense ก้อนหินยังไม่ได้ขว้าง แต่ชัยชนะถูกประกาศเหมือนเกิดขึ้นแล้ว นั่นคือภาษาแห่งความเชื่อในระดับสูงสุด
— 1 ซามูเอล 17:46 (TBS1971)
This day the Lord will deliver you into my hand, and I will strike you and take your head from you. And this day I will give the carcasses of the camp of the Philistines to the birds of the air and the wild beasts of the earth, that all the earth may know that there is a God in Israel.
— 1 Samuel 17:46 (NKJV)
This day doth Jehovah shut thee up into my hand — and I have smitten thee, and turned aside thy head from off thee, and given the carcase of the camp of the Philistines this day to the fowl of the heavens, and to the beast of the earth, and all the earth do know that God is for Israel.
— 1 Samuel 17:46 (YLT)
อับราฮัม คาเลบ และดาวิด ไม่ได้รอให้สถานการณ์เปลี่ยนก่อนแล้วค่อยพูด — พวกเขาพูดก่อน และสถานการณ์เปลี่ยนตามมา พระสัญญาที่คุณถืออยู่วันนี้ก็เป็นแบบเดียวกัน — มันเสร็จแล้ว และมันกำลังเดินมาหาคุณ
ความเชื่อที่ไม่สั่นคลอน
อับราฮัม โยชูวา คาเลบ และดาวิด ไม่ได้สมบูรณ์แบบ พวกเขาเคยสงสัย เคยกลัว เคยล้มเหลว แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาแตกต่างคือ — พวกเขาเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่พระเจ้าตรัส มากกว่าสิ่งที่ตาเห็น
ภาษาที่เปลี่ยนทุกอย่าง
ตลอด 2 ตอนที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้ว่า
- ภาษาฮีบรูไม่มีอนาคตกาล เพราะพระเจ้าทรงอยู่เหนือกาลเวลา
- พระเจ้าตรัสถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ราวกับว่ามันสำเร็จแล้ว — เพราะสำหรับพระองค์ มันสำเร็จแล้วจริงๆ
- คนของพระเจ้าที่เดินในภาษาแห่งความเชื่อ ได้เห็นพระสัญญาของพระเจ้าเป็นจริงในชีวิตของพวกเขา
พระสัญญาของพระเจ้าไม่ใช่สิ่งที่เราต้องไปไขว่คว้า — มันเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่วันแรก เราแค่เดินเข้าไปรับมัน
Finished before it began — and it's all yours.
อับราฮัม โยชูวา คาเลบ และดาวิด ไม่ได้สมบูรณ์แบบ พวกเขาเคยสงสัย เคยกลัว เคยล้มเหลว แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาแตกต่างคือ — พวกเขาเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่พระเจ้าตรัส มากกว่าสิ่งที่ตาเห็น
²⁰ ท่านมิได้หวั่นไหวแคลงใจในพระสัญญาของพระเจ้า แต่ท่านมีความเชื่อมั่นคงยิ่งขึ้น จึงถวายเกียรติแด่พระเจ้า ²¹ ท่านเชื่อมั่นว่า พระเจ้าทรงฤทธิ์ อาจกระทำให้สำเร็จได้ตามที่พระองค์ตรัสสัญญาไว้"Fully persuaded" — นั่นคือสิ่งที่พระเจ้าต้องการจากเรา ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ แต่คือความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่า — สิ่งที่พระองค์สัญญาไว้ พระองค์ทำให้สำเร็จได้
— โรม 4:20-21 (TBS1971)
²⁰ He did not waver at the promise of God through unbelief, but was strengthened in faith, giving glory to God, ²¹ and being fully convinced that what He had promised He was also able to perform.
— Romans 4:20-21 (NKJV)
²⁰ and at the promise of God did not stagger in unbelief, but was strengthened in faith, having given glory to God, ²¹ and having been fully persuaded that what He hath promised He is able also to do:
— Romans 4:20-21 (YLT)
ภาษาที่เปลี่ยนทุกอย่าง
ตลอด 2 ตอนที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้ว่า
- ภาษาฮีบรูไม่มีอนาคตกาล เพราะพระเจ้าทรงอยู่เหนือกาลเวลา
- พระเจ้าตรัสถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ราวกับว่ามันสำเร็จแล้ว — เพราะสำหรับพระองค์ มันสำเร็จแล้วจริงๆ
- คนของพระเจ้าที่เดินในภาษาแห่งความเชื่อ ได้เห็นพระสัญญาของพระเจ้าเป็นจริงในชีวิตของพวกเขา
พระสัญญาของพระเจ้าไม่ใช่สิ่งที่เราต้องไปไขว่คว้า — มันเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่วันแรก เราแค่เดินเข้าไปรับมัน
Finished before it began — and it's all yours.





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น