วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

Journey to the Promised Land
Episode 2 Moses vs Joshua


ในตอนที่แล้ว เราได้เห็นแล้วว่าคนอิสราเอลมาลงเอยที่อียิปต์ได้อย่างไร ตั้งแต่โยเซฟที่ถูกขาย ไปจนถึงโกเชนที่กลายเป็นกรงทอง และในที่สุดพระเจ้าก็ทรงเลือกโมเสสให้เป็นผู้นำคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาส

แต่เรื่องที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ โมเสสพาพวกเขาออกมาได้ แต่ไม่สามารถพาพวกเขาเข้าไปได้

ทำไม?

นั่นคือสิ่งที่เราจะมาไขกันในตอนนี้ครับ

คนอิสราเอลต้องใช้เวลาเดินทางอยู่ในถิ่นทุรกันดารนานถึง 40 ปี ตัวเลข 40 ในบริบทนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขธรรมดา แต่มีความหมายเล็งถึง 1 ชั่วอายุคน พระเจ้าไม่ได้แค่ให้พวกเขาเดิน พระองค์กำลังรอให้คนรุ่นหนึ่งหมดไป เพื่อที่คนรุ่นใหม่จะเข้าสู่แผ่นดินพระสัญญาแทน

แต่นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราจะพูดถึงในตอนต่อๆ ไปครับ

สิ่งที่ผมอยากให้พี่น้องโฟกัสในตอนนี้ก็คือ ภาพสัญลักษณ์ (Typology) ของตัวบุคคล โดยเฉพาะ 3 คนที่เราไม่สามารถข้ามผ่านไปได้เลย นั่นก็คือ โมเสส, โยชูวา และคาเลบ

อย่างที่ผมได้กล่าวไว้ในบทความภาพสัญลักษณ์ตอนที่ 2 ว่า พระคัมภีร์เดิมเป็นเงา (Shadow) ในขณะที่พระคัมภีร์ใหม่เป็นแก่นสาร (Substance) และพระเยซูกับงานที่สำเร็จแล้วของพระองค์เป็นกุญแจที่จะไขภาพความลับในพระคัมภีร์ให้เกิดความกระจ่าง

พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าอยากเข้าใจพระคัมภีร์เดิม ต้องมองผ่านเลนส์ของพระเยซูครับ

และเมื่อเรามองผ่านเลนส์นั้น บุรุษทั้ง 3 คนนี้ก็เริ่มพูดถึงบางอย่างที่ลึกกว่าประวัติศาสตร์มากๆ

โมเสส — ภาพสัญลักษณ์ของธรรมบัญญัติ

ชัดเจนว่า "โมเสส" เป็นภาพสัญลักษณ์ของ "ธรรมบัญญัติ"

สำหรับคนยิวแล้ว เวลาพูดถึงโมเสส พวกเขาจะนึกถึงบัญญัติ 10 ประการทันที บ่อยครั้งในพระคัมภีร์ เวลากล่าวถึงบัญญัติ พระคัมภีร์จะเรียกว่า "พระบัญญัติของโมเสส (The Law of Moses)" แม้กระทั่งพระเยซูเองก็ใช้คำนี้

พระองค์ตรัสกับเขาว่า "นี่เป็นถ้อยคำของเรา ซึ่งเราได้บอกไว้แก่ท่านทั้งหลายเมื่อเรายังอยู่กับท่านว่า บรรดาคำที่เขียนไว้ในพระราชบัญญัติของโมเสส และในคัมภีร์ศาสดาพยากรณ์ และในหนังสือสดุดีกล่าวถึงเรานั้น จำเป็นจะต้องสำเร็จ"
ลูกา 24:44 (TKJV)

Then He said to them, "These are the words which I spoke to you while I was still with you, that all things must be fulfilled which were written in the Law of Moses and the Prophets and the Psalms concerning Me."
Luke 24:44 (NKJV)
ดังนั้น โมเสสจึงเป็นภาพเล็งของ ธรรมบัญญัติ, พันธสัญญาเดิม และแรงพยายาม (Self-Effort) ของมนุษย์

หัวใจของพันธสัญญาเดิมก็คือ "ธรรมบัญญัติ" และหลักการของพันธสัญญานี้ตรงไปตรงมามากครับ

ทำดีได้รับการอวยพร ทำชั่วโดนแช่งสาป

ผู้ใดถือรักษาธรรมบัญญัติ ผู้นั้นได้รับการอวยพร ผู้ใดฝ่าฝืน ผู้นั้นโดนแช่งสาป และที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือ ผลของคำแช่งสาปไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวคนผิด แต่สามารถส่งต่อไปถึงลูกหลานอีก 3-4 ชั่วอายุคน (อพย 20:5)

การถือรักษาบัญญัติจึงต้องอาศัย แรงพยายาม (Self-Effort) อย่างมาก ดังนั้นเอง ธรรมบัญญัติ, พันธสัญญาเดิม และแรงพยายาม จึงเป็นเหมือนภาพเดียวกันใน 3 แง่มุม

แล้วธรรมบัญญัติทำอะไรได้บ้าง? อัครทูตเปาโลบอกไว้ตรงๆ เลยครับ
เพราะว่าในสายพระเนตรของพระเจ้าไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดเป็นคนชอบธรรมโดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติได้ เพราะว่าธรรมบัญญัตินั้นทำให้เรารู้จักบาปได้
โรม 3:20 (TBS1971)

Therefore by the deeds of the law no flesh will be justified in His sight, for by the law is the knowledge of sin.
Romans 3:20 (NKJV)
ธรรมบัญญัติไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้เราชอบธรรม แต่เพื่อทำให้เรารู้ว่าเราเป็นคนบาป


ลองคิดดูนะครับ ถ้ามนุษย์สามารถเป็นผู้ชอบธรรมได้โดยการรักษาธรรมบัญญัติ พระเจ้าคงไม่ต้องให้มีการถวายสัตวบูชา เพราะการถวายสัตวบูชานั้นเป็นเครื่องยืนยันอยู่ในตัวมันเองแล้วว่า มนุษย์ทำไม่ได้ มนุษย์ต้องการตัวแทน และมนุษย์ต้องการผู้ช่วย

และเมื่อเรารู้แล้วว่าเราเป็นคนบาป และเราช่วยตัวเองไม่ได้ เราก็ต้องการผู้ช่วย และนั่นนำเราไปสู่คำถามถัดไปครับ

แล้วธรรมบัญญัติมีไว้เพื่ออะไรกันแน่? อัครทูตเปาโลตอบคำถามนี้ไว้ชัดเจนมากในพระธรรมกาลาเทีย
²⁴ เพราะฉะนั้น พระราชบัญญัติจึงเป็นครูของเราซึ่งนำเรามาถึงพระคริสต์ เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อ ²⁵ แต่หลังจากความเชื่อนั้นได้มาแล้ว เราจึงมิได้อยู่ใต้บังคับครูนั้นอีกต่อไปแล้ว
กาลาเทีย 3:24-25 (TKJV)

²⁴ Therefore the law was our tutor to bring us to Christ, that we might be justified by faith. ²⁵ But after faith has come, we are no longer under a tutor.
Galatians 3:24-25 (NKJV)
ธรรมบัญญัติไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อพาเราไปถึงจุดหมาย แต่เพื่อพาเราไปหาพระคริสต์ต่างหาก

และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม โมเสสจึงพาคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ได้ แต่ไม่สามารถพาพวกเขาเข้าสู่แผ่นดินพระสัญญาได้

ธรรมบัญญัติทำให้เรารู้ว่าเราเป็นคนบาป แต่ไม่สามารถช่วยเราให้พ้นจากบาปได้ นั่นต้องเป็นงานของอีกคนหนึ่ง



โยชูวา — ภาพสัญลักษณ์ของพระเยซูคริสต์

จากโมเสส เรามาต่อกันที่ โยชูวา

ชื่อของโยชูวา หรือ Yeshua ในภาษาฮีบรู เมื่อแปลออกมาเป็นภาษากรีกก็คือคำว่า "Jesus" หรือ "เยซู" นั่นเอง และคำว่า Yeshua มีความหมายว่า ผู้ช่วยชีวิต, ผู้ช่วยเหลือ, ผู้ช่วยให้รอด หรือผู้กู้

ความหมายที่ชัดเจนอย่างนี้ คงจะแปลความเป็นอื่นไปไม่ได้ครับ

โยชูวาเป็นภาพเล็ง หรือภาพสัญลักษณ์ของพระเยซูคริสต์

โมเสสพาคนอิสราเอลออกมาจากอียิปต์ได้ แต่โยชูวาต่างหากที่พาพวกเขาเข้าสู่แผ่นดินพระสัญญา ในแบบเดียวกัน ธรรมบัญญัติอาจทำให้เราตระหนักว่าเราเป็นคนบาป แต่มีเพียงพระเยซูเท่านั้นที่พาเราเข้าสู่ความสัมพันธ์ที่แท้จริงกับพระเจ้าและชีวิตแห่งพระพรได้

นี่ไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์ นี่คือพระกิตติคุณที่ซ่อนอยู่ในพระคัมภีร์เดิมครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น