วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

YHVH


พี่น้องจำได้ไหมครับ ตอนที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน ปีลาต (Pilate) ได้สั่งให้เขียนแผ่นป้าย แล้วให้ทหารโรมัน (Roman soldiers) นำไปติดไว้เหนือพระเศียรของพระเยซู

เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกไว้ในพระกิตติคุณ (Gospel) ทั้ง 4 เล่ม มีหลายเหตุการณ์ในชีวิตของพระเยซูที่ถูกบันทึกไว้เพียงบางเล่ม ไม่ครบทั้งหมด แต่เหตุการณ์นี้พิเศษ พระเจ้าตั้งพระทัยบันทึกไว้ครบทั้ง 4 เล่ม นั่นบอกเราว่า พระองค์ต้องการสื่อสารบางอย่างกับเรา

แผ่นป้ายนั้นเขียนว่าอะไร?
และเขาได้เอาถ้อยคำข้อหา ที่ลงโทษพระองค์ไปติดไว้เหนือพระเศียร ซึ่งอ่านว่า "ผู้นี้คือเยซู กษัตริย์ของชนชาติยิว"
— มัทธิว 27:37 (TBS1971)
And they put up over His head the accusation written against Him: THIS IS JESUS THE KING OF THE JEWS.
— Matthew 27:37 (NKJV)

มีข้อหาที่ลงโทษพระองค์เขียนไว้ว่า "กษัตริย์ของพวกยิว"
— มาระโก 15:26 (TBS1971)
And the inscription of His accusation was written above: THE KING OF THE JEWS.
— Mark 15:26 (NKJV)

และมีคำเขียนไว้เหนือพระองค์ว่า "ผู้นี้เป็นกษัตริย์ของพวกยิว"
— ลูกา 23:38 (TBS1971)
And an inscription also was written over Him in letters of Greek, Latin, and Hebrew: THIS IS THE KING OF THE JEWS.
— Luke 23:38 (NKJV)

¹⁹ปีลาตให้เขียนป้ายติดไว้บนกางเขนอ่านว่า "เยซูชาวนาซาเร็ธกษัตริย์ของพวกยิว" ²⁰พวกยิวเป็นอันมากได้อ่านป้ายนี้ เพราะที่ซึ่งเขาตรึงพระเยซูนั้นอยู่ใกล้กับกรุง และป้ายนั้นเขียนไว้เป็นภาษาฮีบรู ภาษาลาตินและภาษากรีก ²¹ฉะนั้นพวกมหาปุโรหิตของพวกยิวจึงเรียนปีลาตว่า "ขออย่าเขียนว่า 'กษัตริย์ของพวกยิว' แต่ขอเขียนว่า 'คนนี้บอกว่า เราเป็นกษัตริย์ของพวกยิว' " ²²ปีลาตตอบว่า "สิ่งใดที่เราเขียนแล้ว ก็แล้วไป"
— ยอห์น 19:19-22 (TBS1971)
¹⁹ Now Pilate wrote a title and put it on the cross. And the writing was: JESUS OF NAZARETH, THE KING OF THE JEWS. ²⁰ Then many of the Jews read this title, for the place where Jesus was crucified was near the city; and it was written in Hebrew, Greek, and Latin. ²¹ Therefore the chief priests of the Jews said to Pilate, "Do not write, 'The King of the Jews,' but, 'He said, "I am the King of the Jews."'" ²² Pilate answered, "What I have written, I have written."
— John 19:19-22 (NKJV)
เมื่อรวมข้อความจากพระกิตติคุณทั้ง 4 เข้าด้วยกัน เราได้ข้อความที่ครบถ้วนว่า "เยซูชาวนาซาเร็ธ กษัตริย์ของพวกยิว"

และมีประเด็นที่น่าสนใจ 2 ประเด็น

1. ภาษาที่ใช้เขียน — เขียนไว้ใน 3 ภาษา คือ ภาษาฮีบรู (Hebrew), ภาษากรีก (Greek) และภาษาลาติน (Latin)

2. ข้อความที่เขียน — "เยซูชาวนาซาเร็ธ กษัตริย์ของพวกยิว"

ใน 3 ภาษานั้น ภาษาที่น่าสนใจที่สุดคือ ภาษาฮีบรู เพราะนั่นคือภาษาหลักของชาวยิว ลองมาดูข้อความนี้ในภาษาฮีบรูกันครับ เพื่อความเข้าใจง่าย ผมขอถอดเสียงออกมาเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ

Yeshua HaNazarei
Vemelekh HaYhudim

- Yeshua = Jesus (เยซู)
- HaNazarei = of Nazareth (ชาวนาซาเร็ธ)
- Vemelekh = and the King (กษัตริย์)
- HaYhudim = of the Jews (ของพวกยิว)

ให้พักข้อความนี้ไว้ก่อนนะครับ แล้วเราย้อนกลับไปสำรวจพระคัมภีร์เดิม (Old Testament) กันสักครู่

พระนามที่เปลี่ยนไป

ผมขออนุญาตใช้พระคัมภีร์ภาษาอังกฤษฉบับ New King James Version (NKJV) เป็นหลักในการเดินเรื่องนะครับ เพราะมีความชัดเจนกว่าฉบับแปลภาษาไทย

ในปฐมกาล (Genesis) บทที่ 1 ทั้ง 31 ข้อ พระนามของพระเจ้าที่ปรากฏตลอดทั้งบทคือคำว่า "God" ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมาจากคำภาษาฮีบรูว่า Elohim (เอโลฮิม) หมายถึงพระเจ้าผู้สร้างสรรพสิ่ง พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์อำนาจสูงสุด
¹ In the beginning God (Elohim) created the heavens and the earth. ² The earth was without form, and void; and darkness was on the face of the deep. And the Spirit of God (Elohim)was hovering over the face of the waters. ³ Then God (Elohim)said, "Let there be light"; and there was light. ⁴ And God (Elohim) saw the light, that it was good; and God (Elohim) divided the light from the darkness. ⁵ God  (Elohim) called the light Day, and the darkness He called Night. So the evening and the morning were the first day.
— Genesis 1:1-5 (NKJV)
¹ในปฐมกาล พระเจ้า (Elohim) ทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน ²แผ่นดินก็ว่างเปล่า ความมืดอยู่เหนือน้ำ และพระวิญญาณของพระเจ้า (Elohim) ปกอยู่เหนือน้ำนั้น ³พระเจ้า (Elohim) ตรัสว่า "จงเกิดความสว่าง" ความสว่างก็เกิดขึ้น ⁴พระเจ้า (Elohim) ทรงเห็นว่าความสว่างนั้นดี และทรงแยกความสว่างออกจากความมืด ⁵พระเจ้า (Elohim) ทรงเรียกความสว่างนั้นว่า วัน และความมืดนั้นว่า คืน มีเวลาเย็นและเวลาเช้าเป็นวันแรก
— ปฐมกาล 1:1-5 (TBS1971)
แต่พอเข้าสู่บทที่ 2 บางอย่างเริ่มเปลี่ยนไป พระนามพระเจ้าในบทที่ 1 ใช้คำว่า "God" คำเดียว แต่พอถึงบทที่ 2 พระคัมภีร์เริ่มใช้คำว่า "LORD God" คู่กัน
⁵ before any plant of the field was in the earth and before any herb of the field had grown. For the LORD (Yaweh) God had not caused it to rain on the earth, and there was no man to till the ground;
— Genesis 2:5-6 (NKJV)
⁵ต้นไม้ตามทุ่งนายังไม่เกิดขึ้นบนแผ่นดิน และพืชตามทุ่งนาก็ยังไม่งอกขึ้นเลย เพราะพระเจ้ายังมิได้ทรงทำให้ฝนตกบนแผ่นดิน ทั้งยังไม่มีมนุษย์ที่จะทำไร่ไถนา
— ปฐมกาล 2:5 (TBS1971)

⁷ And the LORD (Yaweh) God formed man of the dust of the ground, and breathed into his nostrils the breath of life; and man became a living being. ⁸ The LORD (Yaweh) God planted a garden eastward in Eden, and there He put the man whom He had formed.
— Genesis 2:7-8 (NKJV)
⁷พระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผงคลีดิน ระบายลมปราณเข้าทางจมูก มนุษย์จึงเป็นผู้มีชีวิต ⁸พระเจ้าทรงปลูกสวนแห่งหนึ่งไว้ที่เอเดน ทางทิศตะวันออก และให้มนุษย์ที่พระองค์ทรงปั้นมานั้นอยู่ที่นั่น
— ปฐมกาล 2:7-8 (TBS1971)

¹⁸ And the LORD (Yaweh) God said, "It is not good that man should be alone; I will make him a helper comparable to him."
— Genesis 2:18 (NKJV)
¹⁸พระเจ้าตรัสว่า "ไม่ควรที่ชายผู้นี้จะอยู่คนเดียว เราจะสร้างคู่อุปถัมภ์ที่สมกับเขาขึ้น"
— ปฐมกาล 2:18 (TBS1971)
ในฉบับ NKJV คำว่า LORD ที่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด มาจากคำภาษาฮีบรูว่า Yahweh (ยาเวห์) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Jehovah (เยโฮวาห์) ในภาษาฮีบรูเขียนว่า יהוה อ่านออกเสียงทีละตัวว่า Yud-He-Vav-He และมีความหมายว่า พระเจ้าผู้ทำและรักษาพันธสัญญา

ทำไมพระเจ้าถึงเปลี่ยนพระนามจาก Elohim ในบทที่ 1 มาเป็น Yahweh Elohim ในบทที่ 2?


เพราะ มนุษย์เพิ่งปรากฏตัวขึ้นในบทที่ 2 นั่นเอง

พระนาม Elohim สะท้อนถึงพระเจ้าในฐานะผู้สร้างสรรพสิ่ง แต่พระนาม Yahweh สะท้อนถึงพระเจ้าที่ต้องการสัมพันธ์กับมนุษย์ เป็นพระเจ้าที่สนิทชิดเชื้อ ใกล้ชิด เต็มไปด้วยความรัก ทันทีที่มนุษย์ปรากฏขึ้น พระองค์ก็เปิดเผยอีกด้านของพระองค์ให้เราเห็น

พันธสัญญาคืออะไร?

ในพระคัมภีร์ พันธสัญญา (Covenant) ต่างจาก สัญญา (Contract) ทางธุรกิจตรงที่ พันธสัญญาไม่มีวันหมดอายุ มันดำรงอยู่ตราบเท่าที่ชีวิตของผู้ทำพันธสัญญายังดำรงอยู่ ความตายเท่านั้น ที่จะยุติพันธสัญญาได้

และ Yahweh ก็คือพระเจ้าแห่งพันธสัญญา พระเจ้าที่จะไม่มีวันผิดคำพูด
¹³ถ้าเราไม่เชื่อ พระองค์ก็ยังทรงไว้ซึ่งความสัตย์ซื่อ เพราะพระองค์จะปฏิเสธพระองค์เองไม่ได้— 2 ทิโมธี 2:13 (ThaiKJV)
¹³ If we are faithless, He remains faithful; He cannot deny Himself.
— 2 Timothy 2:13 (NKJV)
ทันทีที่มนุษย์ล้มลงในความบาป พระเจ้าได้ประทานสัญญาถึงการช่วยกู้ว่าพระองค์จะมาไถ่พวกเราจากความบาป เพราะค่าจ้างของบาปคือความตาย และพวกเราไม่สามารถไถ่ตัวเองได้

เราจะให้เจ้ากับหญิงนี้เป็นศัตรูกัน ทั้งพงศ์พันธุ์ของเจ้าและพงศ์พันธุ์ของเขาด้วย พงศ์พันธุ์ของหญิงจะทำให้หัวของเจ้าแหลก และเจ้าจะทำให้ส้นเท้าของเขาฟกช้ำ
— ปฐมกาล 3:15 (TBS1971)
And I will put enmity Between you and the woman, And between your seed and her Seed;
He shall bruise your head, And you shall bruise His heel."
— Genesis 3:15 (NKJV)
นั่นคือสัญญาแรกสุดในพระคัมภีร์ — สัญญาว่าจะมีผู้ช่วยกู้มา นักศาสนศาสตร์ (Theologians) เรียกข้อนี้ว่า Protoevangelium แปลว่า "ข่าวประเสริฐข้อแรก (First Gospel)"

และสัญญานั้น พระเจ้าไม่เคยลืม

ในช่วงเวลาที่ดูเหมือนแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาวยิว — ไม่มีผู้เผยพระวจนะ (Prophet) ไม่มีการสำแดงใดๆ จากพระเจ้า ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมัน (Roman Empire) — นั่นแหละคือช่วงเวลาที่พระสัญญาของพระเจ้าเป็นจริง พระเมสสิยาห์ (Messiah) เสด็จมา

พระเจ้าไม่เคยลืมสัญญาของพระองค์ แม้แต่วินาทีเดียว

กลับมาที่แผ่นป้ายบนกางเขน

กลับมาที่แผ่นป้ายบนกางเขน

ทีนี้ให้เรากลับมาดูข้อความบนแผ่นป้ายอีกครั้งนะครับ

Yeshua HaNazarei Vemelekh HaYhudim

ก่อนที่เราจะไปต่อ ขอให้เราทำความเข้าใจเรื่องหนึ่งก่อนนะครับ

ในภาษาฮีบรู ตัวอักษรแต่ละตัวมีชื่อเรียกของตัวเอง เหมือนที่ภาษาไทยเรามี "ก ไก่ ข ไข่" ภาษาฮีบรูก็มีชื่อเรียกตัวอักษรเช่นกัน และแต่ละตัวสามารถเทียบกับตัวอักษรภาษาอังกฤษได้

คำว่า Yahweh (יהוה) ประกอบด้วยตัวอักษรฮีบรู 4 ตัว โดยแต่ละตัวเทียบได้ดังนี้

อักษรฮีบรูชื่ออักษรเทียบภาษาอังกฤษ
י Yud Y
ה He H
ו Vav V
ה He H

รวมกันได้ว่า Y-H-V-H หรือ YHVH

ทีนี้ลองมองที่ อักษรนำ (Acrostic) ของแต่ละคำบนแผ่นป้าย

Yeshua HaNazarei
Vemelekh HaYhudim

Y — H — V — H


อักษรนำของแต่ละคำบนแผ่นป้าย สะกดออกมาว่า YHVH — พระนามของพระเจ้าผู้รักษาพันธสัญญา

ปีลาตไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร พวกปุโรหิตใหญ่ก็ไม่รู้ แม้แต่ทหารที่นำแผ่นป้ายไปติดก็ไม่รู้ แต่พระเจ้ารู้ พระองค์ทรงวางแผนสิ่งนี้ไว้ตั้งแต่ต้น

บนไม้กางเขนวันนั้น เหนือพระเศียรของพระเยซู มีแผ่นป้ายที่บอกโลกทั้งใบว่า พระเจ้าผู้รักษาพันธสัญญากำลังรักษาสัญญาของพระองค์ แม้ว่าการรักษาสัญญาของพระองค์จะต้องแลกด้วยพระชนม์ชีพของพระองค์เอง
แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา
— โรม 5:8 (TBS1971)
But God demonstrates His own love toward us, in that while we were still sinners, Christ died for us.
— Romans 5:8-9 (NKJV)
พระองค์ไม่ได้รอให้เราดีพอก่อน พระองค์เสด็จมาหาเราในขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่ นั่นคือความหมายของ Yahweh — พระเจ้าที่รักษาสัญญา ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

พระพรของเราตั้งอยู่บนอะไร?

วันนี้ที่พระเจ้าทรงอวยพระพรเรา ไม่ใช่เพราะความดีที่เราทำ แต่เป็นเพราะความดีที่พระเยซูทรงกระทำในฐานะตัวแทนของพวกเรา พระองค์ทรงเป็น อาดัมคนที่สอง (Second Adam) ตัวแทนของมนุษยชาติทั้งปวง

ถ้าพระพรของเราต้องอาศัยความดีของเราเป็นรากฐาน เราจะไม่มีวันมั่นใจได้เลย เพราะในใจจะมีคำถามอยู่เสมอว่า "เราทำดีพอหรือยัง?" แต่ขอบคุณพระเจ้า วันนี้พระพรของเราไม่ได้ขึ้นกับความดีของเรา แต่ขึ้นกับ ความดีและความสัตย์ซื่อของพระองค์

นี่แหละเรียกว่า พระคุณ (Grace)

วันนี้ ถ้ามีสิ่งใดที่กำลังกดทับจิตใจของท่านอยู่ หรือท่านกำลังรอคอยคำตอบบางอย่างจากพระเจ้า ให้มองกลับไปที่แผ่นป้ายนั้น

YHVH — พระเจ้าผู้รักษาพันธสัญญา

อะไรที่พระองค์ทรงสัญญาไว้ในพระวจนะ มันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะพระองค์ทรงเป็น Yahweh ของเรา

3 ความคิดเห็น:

  1. พระองค์เป็นพระเจ้าผู้รักษาสัญญาจริงๆ

    ตอบลบ
  2. พระองค์ทรงสถิตอยู่กับเราเสมอ

    ตอบลบ
  3. ดีมากได้ความรู้ พระเจ้าทรงนำ ฮาเลลูยา

    ตอบลบ