วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555

Series: The Disciple Whom Jesus Loves, Episode 2: The Secret


ถ้าถามคริสเตียนว่า "นิยามของความรักคืออะไร?" ร้อยทั้งร้อยมักจะตอบด้วย 1 โครินธ์ 13 (ความรักนั้นก็อดทนนาน...) แต่ถ้าเราพิจารณาให้ดี ข้อพระคัมภีร์ตอนนี้กล่าวถึง "ลักษณะ" ของความรัก ไม่ใช่ "นิยาม" ของมัน

แล้วนิยามความรักในพจนานุกรมของพระเจ้าคืออะไรล่ะ?

กับดักของคำว่า "ต้องรักพระเจ้าสุดหัวใจ"

ผมเติบโตมากับคำสอนที่ว่า "ต้องรักพระเจ้าให้สุดจิต สุดใจ สุดกำลัง และสุดความคิด" เป็นคำสอนที่ดี แต่ในทางปฏิบัติ... เราทำได้จริงหรือ?

ผมเองเคยพยายามทำแบบนั้น แต่ผลลัพธ์คือความล้มเหลว ยิ่งพยายามยิ่งรู้สึกฟ้องผิดว่า "ฉันยังดีไม่พอ" "ฉันรักพระองค์ไม่มากพอ" จนสุดท้ายความรู้สึกกดดันทำให้ผมอยากจะเดินหนีจากพระเจ้าไป เพราะรู้สึกว่ามาตรฐานนี้สูงเกินเอื้อม

ผลที่ตามมาก็คือ ชีวิตของผมเริ่มเดินห่างออกไปจากพระเจ้า เปรียบเหมือน นาโอมี (แม่สามีของนางรูธ) และครอบครัว ที่ตัดสินใจทิ้งเบธเลเฮมไปอยู่ในดินแดนของคนโมอับ เพราะความกดดันและความแห้งแล้งในจิตใจ

จนกระทั่งผมมาพบ "นิยามที่แท้จริง" ในพระธรรม 1 ยอห์น 4:10 ที่เปลี่ยนมุมมองของผมไปตลอดกาล:

1ยน 4:10 ในข้อนี้แหละเป็นความรัก มิใช่ที่เรารักพระเจ้า แต่ที่พระองค์ทรงรักเรา และทรงใช้พระบุตรของพระองค์ให้เป็นผู้ลบล้างพระอาชญาที่ตกกับเราทั้งหลาย เพราะบาปของเรา (ThaiKJV)
I Jn 4:10 In this is love, not that we loved God, but that He loved us and sent His Son to be the propitiation for our sins. (NKJ)

ความจริงที่สำคัญที่สุดอยู่ตรงนี้ครับ: ศาสนามักสอนให้เราพยายามทำตัวให้รักพระเจ้า แต่ข่าวประเสริฐบอกเราว่า พระเจ้ารักเราก่อน

บทเรียนจากสองสาวก: เปโตร และ ยอห์น

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราลองมาพิจารณาชีวิตของสาวกสองท่านที่มีจุดยืนและความเชื่อมั่นที่แตกต่างกัน

1. เปโตร: มั่นใจในความรักที่เขามีต่อพระเจ้า


เปโตรคือตัวแทนของคนที่เชื่อมั่นในความรักและความสามารถของตนเอง เขาประกาศก้อง ชี้หน้าสาวกทุกคน ต่อหน้าพระเยซูว่า "แม้คนทั้งปวงจะทิ้งพระองค์ ข้าพระองค์จะไม่มีวันทิ้ง! แม้ต้องตายข้าพระองค์ก็ยอม!"

เปโตรมีความจริงใจครับ แต่เขาหารู้ไม่ว่า "ความรักของมนุษย์นั้นไม่เสถียร" มันขึ้นอยู่กับอารมณ์และสถานการณ์


ผลลัพธ์: เมื่อต้องเผชิญวิกฤต เปโตรไม่เพียงแค่ปฏิเสธพระเยซู แต่ถึงขั้น "สบถสาบานและแช่ง" ว่าไม่รู้จักพระองค์ (มธ. 26:74) ความมั่นใจที่เขามีพังทลายลงไม่มีชิ้นดี

มธ 26:69-74 69ขณะนั้นเปโตรนั่งอยู่ภายนอกบริเวณคฤหาสน์นั้น มีสาวใช้คนหนึ่งมาพูดกับเขาว่า "เจ้าได้อยู่กับเยซูชาวกาลิลีด้วย" 70แต่เปโตรได้ปฏิเสธต่อหน้าคนทั้งปวงว่า "ที่เจ้าว่านั้นข้าไม่รู้เรื่อง" 71เมื่อเปโตรได้ออกไปที่ระเบียง สาวใช้อีกคนหนึ่งแลเห็นจึงบอกคนทั้งปวงที่อยู่ที่นั่นว่า "คนนี้ได้อยู่กับเยซูชาวนาซาเร็ธด้วย" 72เปโตรจึงปฏิเสธอีก ด้วยคำปฏิญาณว่า "ข้าไม่รู้จักคนนั้น" 73อีกสักครู่หนึ่งคนทั้งหลายที่ยืนอยู่ใกล้ๆนั้นก็มาว่าแก่เปโตรว่า "เจ้าเป็นคนหนึ่งในพวกนั้นแน่แล้ว ด้วยว่าสำเนียงของเจ้าก็ส่อตัวเจ้าเอง" 74แล้วเปโตรก็เริ่มสบถและสาบานว่า "ข้าไม่รู้จักคนนั้น" ในทันใดนั้นไก่ก็ขัน (ThaiKJV)

Matt 26:69-74 69 Now Peter sat outside in the courtyard. And a servant girl came to him, saying, "You also were with Jesus of Galilee." 70 But he denied it before them all, saying, "I do not know what you are saying." 71 And when he had gone out to the gateway, another girl saw him and said to those who were there, "This fellow also was with Jesus of Nazareth." 72 But again he denied with an oath, "I do not know the Man!" 73 And a little later those who stood by came up and said to Peter, "Surely you also are one of them, for your speech betrays you." 74 Then he began to curse and swear, saying, "I do not know the Man!" (NKJV)


2. ยอห์น: มั่นใจในความรักที่พระเจ้ามีต่อเขา


ในทางกลับกัน ยอห์นเลือกที่จะวางใจในสิ่งที่ต่างออกไป เขาไม่เคยมั่นใจในความรักของตัวเองเลย แต่เขาวางใจในความรักที่พระเยซูมีต่อเขา

ในพระกิตติคุณยอห์น เขาเรียกแทนตัวเองซ้ำๆ 5 ครั้งว่า "สาวกที่พระเยซูทรงรัก (The disciple whom Jesus loved)"


ผลลัพธ์: ในขณะที่เปโตรปฏิเสธและสาวกคนอื่นหนีเตลิด... ยอห์นเป็นสาวกคนเดียวที่ยืนหยัดอยู่ที่โคนกางเขนจนวินาทีสุดท้าย และเป็นคนที่พระเยซูไว้วางใจฝากฝังให้ดูแลมารดาของพระองค์


ความลับของการเกิดผล

บทเรียนนี้สอนให้เราเห็นสัจธรรมที่สำคัญ:
  • คนที่โฟกัสว่า "ฉันรักพระเจ้าแค่ไหน" = มักจบลงที่ความล้มเหลว ความกลัว และความรู้สึกฟ้องผิด (แบบเปโตร)
  • คนที่โฟกัสว่า "พระเจ้ารักฉันแค่ไหน" = จะนำไปสู่ความรักที่มั่นคง และชัยชนะเหนือสถานการณ์ (แบบยอห์น)
ต้นไม้ไม่ได้พยายามเบ่งผลออกมา แต่มันแค่ต้องหยั่งรากลงในดินที่อุดมสมบูรณ์ เมื่อเรารู้ตัวและดื่มด่ำว่า "พระเจ้ารักเรามากแค่ไหน" ความรักที่เรามีต่อพระเจ้าจะไหลล้นออกมาเองโดยอัตโนมัติ (Effortlessly)

บทสรุป: ย้ายจุดศูนย์ถ่วงของชีวิต

พี่น้องครับ วันนี้เลิกกังวลว่าท่านรักพระเจ้ามากพอหรือยัง แต่ให้ตื่นขึ้นมาทุกเช้าแล้วบอกกับตัวเองว่า: "I am God's Beloved (ฉันคือลูกที่พระเจ้ารัก)"

เมื่อท่านตระหนักว่าท่านเป็นที่รัก... ความกลัวจะหายไป ความกังวลจะมลายไป เพราะความรักของพระเจ้าที่มีต่อท่านนั้น เสถียร มั่นคง และไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

จำไว้เสมอว่า ท่านคือ "สาวกที่พระเยซูทรงรัก" ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น