เจ็ดข้อ
นั่นคือทั้งหมดที่พระคัมภีร์พูดถึงเมธูเสลาห์ (Methuselah)
แต่ซ่อนอยู่ในเจ็ดข้อนั้น คือคำพยากรณ์ถึงพระเยซูคริสต์ คำเตือนล่วงหน้าถึงน้ำท่วมโลก และภาพสัญลักษณ์ (Typology) ของเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในยุคสุดท้าย
ถ้าพี่น้องเคยอ่านปฐมกาล (Genesis) บทที่ 5 แล้วรู้สึกว่ามันน่าเบื่อ อ่านบทความนี้จบแล้วพวกเราจะคิดใหม่
ปฐมกาล 5 — บทที่ทุกคนข้ามผ่าน
ปฐมกาล (Genesis) บทที่ 5 ดูเหมือนแค่ทะเบียนบ้านโบราณ ใครเป็นพ่อใคร ใครเกิดปีไหน ใครตายอายุเท่าไหร่ ผู้อ่านส่วนใหญ่ไถผ่านในเวลา 5 วินาที
แต่นั่นคือความผิดพลาด
เพราะพระเจ้าไม่เคยบันทึกอะไรโดยไม่มีเหตุผล ตัวเลขทุกตัว ชื่อทุกชื่อ ล้วนมีสาระซ่อนอยู่ และในบทที่ 5 บทเดียว พระเจ้าซ่อนเรื่องราวสามชั้นไว้พร้อมกัน ได้แก่ ประวัติศาสตร์ คำพยากรณ์ และพระกิตติคุณ (Gospel)
เรามาแกะทีละชั้นกัน
เอโนค — คนแรกที่ไม่ตาย
ก่อนไปถึงเมธูเสลาห์ ต้องพูดถึงพ่อของเขาก่อน
เอโนคดำเนินกับพระเจ้า แล้วหายหน้าไป เพราะพระเจ้าทรงรับเขาไปเอโนค (Enoch) ไม่ตาย พระเจ้าพาเขาออกจากโลกตรงๆ เลย ก่อนที่การพิพากษาครั้งใหญ่จะมาถึง
— ปฐมกาล 5:24 (TBS1971)
And Enoch walked with God; and he was not, for God took him.
— Genesis 5:24 (NKJV)
ในเทววิทยา (Theology) มีเหตุการณ์หนึ่งที่เรียกว่า Rapture วันที่พระเยซูจะกลับมารับผู้เชื่อออกจากโลก ก่อนเข้าสู่กลียุค (Tribulation) พระคัมภีร์พูดเรื่องนี้ไว้ชัดเจน
หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่ จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ อย่างนั้นแหละ เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์นักศาสนศาสตร์ (Theologians) อาจมีความคิดต่างในเรื่องของเวลา Rapture แต่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า มันจะเกิดขึ้นแน่นอน
— 1 เธสะโลนิกา 4:17 (TBS1971)
Then we who are alive and remain shall be caught up together with them in the clouds to meet the Lord in the air. And thus we shall always be with the Lord.
— 1 Thessalonians 4:17 (NKJV)
และเรื่องราวของเอโนคคือภาพสัญลักษณ์ (Typology) ล่วงหน้าของวันนั้น พระเจ้ารับเขาออกไปก่อนน้ำท่วม เหมือนกับที่พระเยซูจะรับผู้เชื่อออกไปก่อนการพิพากษาครั้งสุดท้าย
ตัวเลขที่พระเจ้าไม่ได้ใส่มาให้เราข้ามผ่าน
ทีนี้กลับมาที่คำถามที่ว่า ทำไมพระเจ้าต้องให้รายละเอียดละเอียดยิบขนาดนี้? ใครมีลูกตอนอายุเท่าไหร่ ใครตายตอนอายุเท่าไหร่?
คำตอบง่ายมาก เพื่อให้เราคำนวณได้
ลองทำตามดูนะครับ
อาดัม (Adam) มีเสท (Seth) ตอนอายุ 130 ปี และมีชีวิตอยู่อีก 800 ปี รวมอายุ 930 ปี เสทเกิดในปีที่ 130 ของโลก และมีชีวิตอยู่ 912 ปี ดังนั้นเสทตายในปีที่ 130 + 912 = 1,042 ของโลก
ทำซ้ำแบบนี้ไปทุกคน เราก็จะได้เส้นเวลา (Timeline) ออกมาเป็นแถบแต่ละคน ซ้อนกันอยู่ในประวัติศาสตร์
และเมื่อวาด Timeline ออกมาครบ มีสิ่งหนึ่งที่กระโดดออกมาจากกราฟ
เมธูเสลาห์ตายในปีเดียวกับที่น้ำท่วมโลก
ตัวเลขมีดังนี้ครับ เมธูเสลาห์เกิดในปีที่ 687 ของโลก เพราะเอโนคมีเขาตอนอายุ 65 ปี และเอโนคเองเกิดในปีที่ 622 จากนั้นเมธูเสลาห์มีชีวิตอยู่ 969 ปี ดังนั้น 687 + 969 = 1,656
น้ำท่วมโลกเกิดในปีที่เท่าไหร่? โนอาห์ (Noah) อายุ 600 ปีเมื่อน้ำท่วม (ปฐก 7:6) และโนอาห์เกิดในปีที่ 1,056 ของโลก ดังนั้น 1,056 + 600 = 1,656
ตรงกันพอดิบพอดี
ไม่ใช่ปีก่อน ไม่ใช่ปีหลัง แต่ปีเดียวกันเลย ราวกับว่าชีวิต 969 ปีของเขาคือนาฬิกาจับเวลา และเมื่อมันหยุด น้ำก็มา
ซึ่งพอรู้แบบนี้แล้ว ชื่อของเขากลายเป็นเรื่องที่น่าขนลุกขึ้นมาทันที
ความลับในชื่อ
ในพระคัมภีร์ ชื่อของบุคคลหรือสถานที่ มีความหมาย และความหมายนั้นมักเป็นคำพยากรณ์หรือคำประกาศ
เมธูเสลาห์ (Methuselah) แปลว่า "การตายของเขาจะนำมันมา" (His death shall bring)
นำอะไรมา? จาก Timeline ที่เราคำนวณออกมา คำตอบชัดเจน การพิพากษา น้ำท่วมโลก
เอโนค พ่อของเขา รู้เรื่องนี้ เอโนคดำเนินกับพระเจ้า เขาได้รับการสำแดง และตั้งชื่อลูกชายของเขาเป็นคำเตือนที่มีชีวิต ทุกครั้งที่คนในสมัยนั้นเรียกชื่อเมธูเสลาห์ พวกเขากำลังได้ยินประกาศซ้ำว่า "เมื่อเขาตาย มันจะมา"
969 ปี พวกเขาได้ยินประกาศนั้นซ้ำทุกวัน
พระกิตติคุณที่ซ่อนในทะเบียนบ้าน
แต่ความลับไม่ได้อยู่แค่ที่เมธูเสลาห์คนเดียว
หลักการตีความพระคัมภีร์ (Biblical Hermeneutics) หลักการหนึ่งเรียกว่า ความสำคัญของชื่อ (Significance of the Names) พระเจ้าตั้งใจวางความหมายไว้ในทุกชื่อ และเมื่อเรานำชื่อทั้งสิบคนในลำดับพงศ์พันธุ์ (Genealogy) นี้มาเรียงตามลำดับ สิ่งที่ได้ออกมาทำให้ขนลุก
เรียงต่อกันเป็นประโยค ได้ดังนี้
> "A man is appointed mortal sorrow, but the Blessed God shall come down teaching that His death shall bring the despairing rest."
ตัวเลขมีดังนี้ครับ เมธูเสลาห์เกิดในปีที่ 687 ของโลก เพราะเอโนคมีเขาตอนอายุ 65 ปี และเอโนคเองเกิดในปีที่ 622 จากนั้นเมธูเสลาห์มีชีวิตอยู่ 969 ปี ดังนั้น 687 + 969 = 1,656
น้ำท่วมโลกเกิดในปีที่เท่าไหร่? โนอาห์ (Noah) อายุ 600 ปีเมื่อน้ำท่วม (ปฐก 7:6) และโนอาห์เกิดในปีที่ 1,056 ของโลก ดังนั้น 1,056 + 600 = 1,656
ตรงกันพอดิบพอดี
ไม่ใช่ปีก่อน ไม่ใช่ปีหลัง แต่ปีเดียวกันเลย ราวกับว่าชีวิต 969 ปีของเขาคือนาฬิกาจับเวลา และเมื่อมันหยุด น้ำก็มา
ซึ่งพอรู้แบบนี้แล้ว ชื่อของเขากลายเป็นเรื่องที่น่าขนลุกขึ้นมาทันที
ความลับในชื่อ
ในพระคัมภีร์ ชื่อของบุคคลหรือสถานที่ มีความหมาย และความหมายนั้นมักเป็นคำพยากรณ์หรือคำประกาศ
เมธูเสลาห์ (Methuselah) แปลว่า "การตายของเขาจะนำมันมา" (His death shall bring)
นำอะไรมา? จาก Timeline ที่เราคำนวณออกมา คำตอบชัดเจน การพิพากษา น้ำท่วมโลก
เอโนค พ่อของเขา รู้เรื่องนี้ เอโนคดำเนินกับพระเจ้า เขาได้รับการสำแดง และตั้งชื่อลูกชายของเขาเป็นคำเตือนที่มีชีวิต ทุกครั้งที่คนในสมัยนั้นเรียกชื่อเมธูเสลาห์ พวกเขากำลังได้ยินประกาศซ้ำว่า "เมื่อเขาตาย มันจะมา"
969 ปี พวกเขาได้ยินประกาศนั้นซ้ำทุกวัน
พระกิตติคุณที่ซ่อนในทะเบียนบ้าน
แต่ความลับไม่ได้อยู่แค่ที่เมธูเสลาห์คนเดียว
หลักการตีความพระคัมภีร์ (Biblical Hermeneutics) หลักการหนึ่งเรียกว่า ความสำคัญของชื่อ (Significance of the Names) พระเจ้าตั้งใจวางความหมายไว้ในทุกชื่อ และเมื่อเรานำชื่อทั้งสิบคนในลำดับพงศ์พันธุ์ (Genealogy) นี้มาเรียงตามลำดับ สิ่งที่ได้ออกมาทำให้ขนลุก
| ชื่อ | ความหมาย |
|---|---|
| อาดัม (Adam) | มนุษย์ (Man) |
| เสท (Seth) | ถูกกำหนดไว้ (Appointed) |
| เอโนช (Enosh) | ต้องตาย (Mortal) |
| เคนัน (Cainan) | ความโศกเศร้า (Sorrow) |
| มาหะลาเลล (Mahalalel) | พระเจ้าแห่งพระพร (The Blessed God) |
| ยาเรด (Jered) | จะเสด็จลงมา (Shall come down) |
| เอโนค (Enoch) | สอน (Teaching) |
| เมธูเสลาห์ (Methuselah) | การตายของพระองค์จะนำมันมา (His death shall bring) |
| ลาเมค (Lamech) | ผู้สิ้นหวัง (Despairing) |
| โนอาห์ (Noah) | การพักสงบ (Rest) |
เรียงต่อกันเป็นประโยค ได้ดังนี้
> "A man is appointed mortal sorrow, but the Blessed God shall come down teaching that His death shall bring the despairing rest."
> "มนุษย์ถูกกำหนดให้ต้องตายและโศกเศร้า แต่พระเจ้าแห่งพระพรจะเสด็จลงมาสอน และการตายของพระองค์จะนำการพักสงบมาสู่คนที่สิ้นหวัง"
นี่คือพระกิตติคุณ (Gospel) ที่พระเจ้าซ่อนไว้ในทะเบียนบ้านที่ทุกคนคิดว่าน่าเบื่อ เขียนไว้ก่อนที่พระเยซูจะเกิดมาในโลกนับพันปี
ทำไมเมธูเสลาห์ถึงอายุยืนที่สุด
969 ปี คือสถิติที่ไม่มีใครทำลายได้ตลอดประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
แต่นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่รางวัล
มันคือพระกรุณา
นี่คือพระกิตติคุณ (Gospel) ที่พระเจ้าซ่อนไว้ในทะเบียนบ้านที่ทุกคนคิดว่าน่าเบื่อ เขียนไว้ก่อนที่พระเยซูจะเกิดมาในโลกนับพันปี
ทำไมเมธูเสลาห์ถึงอายุยืนที่สุด
969 ปี คือสถิติที่ไม่มีใครทำลายได้ตลอดประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
แต่นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่รางวัล
มันคือพระกรุณา
ในสมัยนั้น โลกเต็มไปด้วยความเสื่อมทราม วิญญาณที่ตกสู่โลก (Fallen Angels) ได้สมสู่กับมนุษย์ เกิดเป็นเผ่าพันธุ์ที่เรียกว่า เนฟิลิม (Nephilim) สิ่งมีชีวิตครึ่งมนุษย์ที่ปนเปื้อนพงศ์พันธุ์ทั้งโลก มีเป้าหมายเดียวคือตัดเส้นทางการมาของพระเมสสิยาห์ (Messiah) ที่พระเจ้าสัญญาไว้ในปฐก 3:15 พระเจ้าจึงต้องพิพากษา
แต่พระทัยของพระองค์ไม่ต้องการให้ใครพินาศ
แต่พระทัยของพระองค์ไม่ต้องการให้ใครพินาศ
องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์ ตามที่บางคนคิดนั้น แต่พระองค์ได้ทรงอดกลั้นพระทัยไว้ เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลายมาช้านาน พระองค์ไม่ทรงประสงค์ที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศเลย แต่ทรงปรารถนาที่จะให้คนทั้งปวงกลับใจเสียใหม่ดังนั้นพระเจ้าจึงให้เมธูเสลาห์มีชีวิตอยู่นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะทุกปีที่เขายังมีชีวิตอยู่ คือเวลาเพิ่มเติมที่พระเจ้ามอบให้มนุษย์กลับใจ
— 2 เปโตร 3:9 (TBS1971)
The Lord is not slack concerning His promise, as some count slackness, but is longsuffering toward us, not willing that any should perish but that all should come to repentance.
— 2 Peter 3:9 (NKJV)
เพราะว่าการพิพากษาย่อมไม่กรุณาต่อผู้ที่ไม่แสดงความกรุณา แต่ความกรุณาย่อมมีชัยเหนือการพิพากษา969 ปีของเมตตา และเมื่อหมดเวลา น้ำก็มา
— ยากอบ 2:13 (TBS1971)
For judgment is without mercy to the one who has shown no mercy. Mercy triumphs over judgment.
— James 2:13 (NKJV)
พระหัตถ์ที่จับไม่ปล่อย
ตอนนี้มีคำถามหนึ่งที่อยากให้คิด
ถ้าความรอดขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของเรา เราจะมั่นใจได้อย่างไร?
ลองนึกภาพแม่กับลูกเล็กเดินข้ามถนนด้วยกัน มือของลูกที่จับมือแม่ ไม่เคยมั่นคงเท่ามือของแม่ที่จับมือลูก เด็กอาจปล่อยได้ทุกเมื่อ ไม่ใช่เพราะดื้อ แต่เพราะเขาอ่อนแอเกินไป
เราก็เหมือนกัน ไม่มีใครเลยที่จะเข้มแข็งได้ทุกที่ทุกเวลา
แต่ข่าวดีคือ ความรอดไม่ได้ขึ้นอยู่กับมือของเรา
เราก็เหมือนกัน ไม่มีใครเลยที่จะเข้มแข็งได้ทุกที่ทุกเวลา
แต่ข่าวดีคือ ความรอดไม่ได้ขึ้นอยู่กับมือของเรา
ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายกระทำเอง แต่พระเจ้าทรงประทานให้ความรอดคือสิ่งที่พระเจ้าทำทั้งหมด ส่วนของเราคือเชื่อ เชื่อในงานที่สำเร็จแล้วขององค์พระเยซูคริสต์
— เอเฟซัส 2:8 (TBS1971)
For by grace you have been saved through faith, and that not of yourselves; it is the gift of God,
— Ephesians 2:8 (NKJV)
ในพระเยซูนั้น เราได้รับการไถ่โดยพระโลหิตของพระองค์ คือได้รับการอภัยโทษบาปของเรา โดยพระคุณอันอุดมของพระองค์ไม่ใช่ตามความสามารถของเรา แต่ตามความอุดมของพระคุณของพระองค์
— เอเฟซัส 1:7 (KJV)
In Him we have redemption through His blood, the forgiveness of sins, according to the riches of His grace
— Ephesians 1:7 (NKJV)
พระเยซูในทุกหน้าของพระคัมภีร์
หลังจากที่อาดัมและเอวาล้มลงในความบาป พระเจ้าให้พระสัญญาทันที ว่าพระองค์จะส่งพระเมสสิยาห์มาช่วยกู้มนุษย์ (ปฐก 3:15) และตลอดพระคัมภีร์ทั้งเล่ม พระเจ้าตอกย้ำพระสัญญานั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผ่านเรื่องราวทุกเรื่อง ผ่านชื่อทุกชื่อ ผ่านตัวเลขทุกตัว
ปฐมกาล 5 ก็เป็นอีกหนึ่งประกาศนั้น ที่ซ่อนอยู่ในทะเบียนบ้านที่ทุกคนข้ามผ่าน
อาจารย์เปาโล (Paul) เข้าใจเรื่องนี้ลึกมาก เขาเป็นคนที่มีความรู้ทั้งฝ่ายโลกและฝ่ายพระเจ้ามากกว่าใคร แต่ทั้งหมดนั้นเขายอมทิ้งได้ เพื่อสิ่งเดียว
ปฐมกาล 5 ไม่ได้เป็นแค่ทะเบียนบ้านโบราณ
มันคือจดหมายรักจากพระเจ้า ที่เขียนถึงเรา ก่อนที่เราจะเกิดมาหลายพันปี
ปฐมกาล 5 ก็เป็นอีกหนึ่งประกาศนั้น ที่ซ่อนอยู่ในทะเบียนบ้านที่ทุกคนข้ามผ่าน
อาจารย์เปาโล (Paul) เข้าใจเรื่องนี้ลึกมาก เขาเป็นคนที่มีความรู้ทั้งฝ่ายโลกและฝ่ายพระเจ้ามากกว่าใคร แต่ทั้งหมดนั้นเขายอมทิ้งได้ เพื่อสิ่งเดียว
ที่จริงข้าพเจ้าถือว่าสิ่งสารพัดไร้ประโยชน์ เพราะเห็นแก่ความประเสริฐแห่งความรู้ถึงพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า เพราะเหตุพระองค์ ข้าพเจ้าจึงได้ยอมสละสิ่งสารพัด และถือว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเหมือนหยากเยื่อเพื่อข้าพเจ้าจะได้พระคริสต์
— ฟีลิปปี 3:8 (TBS1971)
Yet indeed I also count all things loss for the excellence of the knowledge of Christ Jesus my Lord, for whom I have suffered the loss of all things, and count them as rubbish, that I may gain Christ
— Philippians 3:8 (NKJV)
มิใช่ว่าข้าพเจ้าได้แล้ว หรือสำเร็จแล้ว แต่ข้าพเจ้ากำลังบากบั่นมุ่งไป เพื่อข้าพเจ้าจะได้ฉวยเอาไว้เป็นของตน อย่างที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงฉวยข้าพเจ้าไว้เป็นของพระองค์แล้วพระเยซูฉวยเราไว้ก่อน และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เรามั่นคง ไม่ใช่มือของเราที่จับพระองค์ แต่พระหัตถ์ของพระองค์ที่จับเราไว้
— ฟีลิปปี 3:12 (TBS1971)
Not that I have already attained, or am already perfected; but I press on, that I may lay hold of that for which Christ Jesus has also laid hold of me.
— Philippians 3:12 (NKJV)
ปฐมกาล 5 ไม่ได้เป็นแค่ทะเบียนบ้านโบราณ
มันคือจดหมายรักจากพระเจ้า ที่เขียนถึงเรา ก่อนที่เราจะเกิดมาหลายพันปี
To Jesus and Him alone — be all the Glory. Amen.







สุดยอด อ่านและได้รู้มากเลย ทำให้เกิดแรงบันดาลใจอยากศึกษาพระคัมภีรจริงจังมากขึ้น ขอบคุณมากครับ
ตอบลบขอบคุณมากที่ช่วยให้ความรู้แบบเจาะลึกพระคัมภีร์สำหรับคนที่ภาษาอังกฤษอ่อนแอ
ตอบลบน่าสนใจ
ตอบลบขอบคุณพระเยซูคริสต์ เอเมน
ตอบลบ